สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 พ.ย. เกี่ยวกับความคืบหน้าของเหตุเพลิงไหม้กลุ่มอาคารที่อยู่อาศัยสูงระฟ้า 8 ตึก หว่องฟุกคอร์ต ซึ่งเป็นของการเคหะฮ่องกง ตั้งอยู่ที่ย่านไท่โป โดยประกอบด้วยห้องพักเกือบ 2,000 ห้อง และมีผู้อาศัยไม่ต่ำกว่า 4,000 คน โดยเพลิงได้ลุกไหม้ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น


นายเดเร็ก อาร์มสตรอง ชาน รองผู้อำนวยการปฏิบัติการบริการดับเพลิงฮ่องกง กล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 44 ราย และมีผู้ที่ยังสูญหายอีกอย่างน้อย 279 คน ขณะเดียวกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกอย่างน้อย 45 คน และประชาชนมากกว่า 900 คน ต้องอพยพออกไปอาศัยชั่วคราวยังศูนย์พักพิงของทางการ ซึ่งภาครัฐยืนยันการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่ภายในอาคารได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากอุณหภูมิในที่เกิดเหตุสูงมาก ถึงขั้นมีการเตือนภัยเพลิงไหม้ระดับ 5 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด แต่ยืนยันว่า จะเดินหน้าปฏิบัติการค้นหาเมื่อโอกาสอำนวย


ด้านสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนโดยหน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้อง โดยตำรวจเปิดเผยเพียงว่า จับกุมชาย 3 คน จากบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง ในข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ที่เกี่ยวข้องกับเพลิงไหม้ครั้งนี้ แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดว่า แต่ละคนกระทำผิดอย่างไร


ขณะที่รายงานของสื่อท้องถิ่นหลายแห่งในฮ่องกง ระบุไปในทางเดียวกันว่า ต้นเพลิงมาจากร้านไม้ไผ่ที่ติดตั้งอยู่ด้านนอกอาคารหลายหลัง ซึ่งอาคารอยู่ระหว่างการบำรุงรักษาครั้งใหญ่ทั้งโครงการ


อีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และนายจอห์น ลี หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง ต่างมีข้อความแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปีของฮ่องกง พร้อมทั้งยกย่องหนึ่งในผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผจญเพลิง วัย 37 ปี.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES