เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่กระหน่ำในพื้นที่ จ.สงขลา ตั้งแต่เส้นทางถนนกาญจนวนิช จากวันที่ 19 พ.ย.เป็นต้นมาได้หยุดตกแล้ว ตั้งแต่เที่ยงคืนของคืนวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา จากการสำรวจระดับน้ำ พบว่า ระดับน้ำในย่านเศรษฐกิจ หรือ เขต 2 หาดใหญ่ ตั้งแต่หน้าหอนาฬิกามาถึงตลาดกิมหยง ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1-2-3 ลดลง เหลือเพียงบางจุด แต่ในถนนรัถการ และในโซนโรงพยาบาลหาดใหญ่ น้ำยังท่วมสูง ยังวิกฤติ เพราะไม่มีไฟฟ้าและประปา

ในพื้นที่ของ เขต 3 และเขต 4 รวมทั้งพื้นที่เขต 8 และชุมชนต่างๆ เช่น ในเขต 3 และ 4 น้ำยังท่วมสูง 1 เมตร และ 2 เมตร แต่ลดการไหลเชี่ยวลง ทำให้เรือกู้ภัยกู้ชีพ เรือท้องแบน เจ็ตสกี สกูตเตอร์สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ โดยมี หน่วยซีล และ ทหารเรือ ได้พยายามเข้าไปในพื้นที่วิกฤติตลอดคืนที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ และสามารถช่วยอพยพผู้ที่ติดอยู่ในบ้าน ออกมาได้จำนวนหลายร้อยคน และมีการนำข้าว น้ำ และถุงยังชีพ เข้าไปในพื้นที่ได้แล้วในหลายพื้นที่

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยังเต็มไปด้วยความลำบาก เพราะถนนทุกสาย เมื่อน้ำลดเต็มไปด้วยรถยนต์ จยย. และสิ่งของ ที่จมอยู่ใต้น้ำ กีดขวางการจราจร ประชาชนส่วนหนึ่ง ที่น้ำลดเริ่มออกมาจากบ้าน เพื่อรับสิ่งของบรรเทาทุกข์ และซื้อหาอาหาร ซึ่งปรากฏว่า อาหารในหาดใหญ่ขาดแคลนแล้ว ไม่มีอาหารขาย และมีการขายแพง เช่น ไข่ไก่ฟองละ 10 บาท ไส้อั่ว ชิ้นละ 30 บาท ข้าวไข่เจียวกล่อง 50 บาท เนื้อหมูที่ชาวบ้านชำแหละเองกิโลกรัมละ 250 บาท ปัญหาที่ตามมา คือ ต้องใช้เงินสด คนส่วนใหญ่ไม่มีเงินสด เพราะติดการสแกนจ่าย และตู้เอทีเอ็มถูกน้ำท่วม ไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้

ในขณะที่สถานการณ์ในรอบตัวเมืองหาดใหญ่ยังวิกฤติจาก อ.สะเดา มายัง หาดใหญ่ ยังใช้การไม่ได้ เพราะน้ำท่วมสูงในสี่แยกคลองหวะ รถไม่สามารถเข้ามาในสนามบินหาดใหญ่ และในตัวเมืองหาดใหญ่ได้ ระดับน้ำที่สี่แยกควนลัง ยังสูงถึง 2 เมตร รถจาก จ.สตูล และพัทลุง ยังไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่ของเทศบาลหาดใหญ่ได้ ทำให้การช่วยเหลือจากภายนอกยังไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้ ต้องอาศัยขอความช่วยเหลือจากทหารที่มีรถบรรทุกขนาดใหญ่

ในขณะที่ มวลน้ำจาก อ.สะเดา ยังมีกำลังแรง ไหลท่วมพื้นที่ อ.สะเดา อ.หาดใหญ่ รอบนอกเป็นระลอกที่ 3 ทำให้น้ำในคลองอู่ตะเภา ที่ไหลเข้ามายังตัวเมืองหาดใหญ่ ยังไม่ลดลง และน้ำบางส่วนที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา ได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ของ อ.กระแสสินธุ์ อ.ระโนด และ อ.สทิงพระ ที่เป็นพื้นที่ปลายน้ำ สร้างความเดือดร้อน ต้องมีการอพยพประชาชน และสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง เป็นที่โกลาหล เพราะกำลังของเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ




