นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า นายกฯ ได้มอบนโยบายให้เร่งความช่วยเหลือเงินไปถึงพี่น้องประชาชนได้เร็วที่สุด โดยในส่วนกระทรวงการคลัง ทางกรมบัญชีกลางได้ขยายวงเงินทดรองราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม เพิ่มจาก 50 ล้านบาท เพิ่มเป็น 100 ล้านบาท เพื่อใช้ดูแลประชาชนได้ทันที และให้กรมบัญชีกลาง ปลดล็อกจัดซื้อจัดจ้าง ออกหนังสือชี้แจงแนวปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการเบิกจ่ายเงิน นอกจากนี้ ให้ สำนักงาน คปภ. เร่งรัดการจ่ายเคลมประกัน เช่น รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม  เป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายที่สุด

“เงินจะลงเบิกจ่ายทันที โดยไม่ต้องรวบรวมเอกสาร ทุกอย่างจะพร้อมเมื่อน้ำลด โดยใช้การถ่ายรูปในระบบเป็นหลัก”

นอกจากนี้  สถาบันการเงินของรัฐและสมาคมธนาคารไทยเร่งออกแพ็กเกจ พักหนี้ พักดอก ทันทีสำหรับครัวเรือนที่เดือดร้อน รวมถึงสินเชื่อฟื้นฟูไว้สำหรับการฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกการเข้าถึงสินเชื่อเดิม ลูกหนี้ของธนาคารรัฐและเอกชนที่มีวงเงินกู้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้เบิกใช้ สามารถเบิกเงินเพิ่มเติมได้ทันทีโดยอัตโนมัติ ตลอดจนเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท  นายกฯ กำชับว่าเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท ต้องถึงมือผู้ประสบภัยทันที

นอกจากนี้ ให้กรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานดูแลที่ราชพัสดุ ให้จัดเตรียมพื้นที่และอาคารราชพัสดุเป็นศูนย์พักพิง เพื่อรองรับคนที่ไม่สามารถกลับเข้าที่พักได้ ซึ่งขณะนี้มีเตรียมพร้อมไว้แล้วเบื้องต้น 5-6 แห่ง ส่วนการดูแลต้นทุนสินค้า กระทรวงพาณิชย์จะดูแลเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องมีต้นทุนที่ถูก และไปถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็ว