เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงแนวทางรับมือฝนตกแบบ Rain bomb ในพื้นที่ กทม. ว่า เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมตัวรับมือในอนาคต เหตุการณ์ฝนตกแบบ Rain bomb ปัญหาจะแตกต่างจากน้ำเหนือและน้ำหนุน เพราะทั้งน้ำเหนือและน้ำหนุน สามารถทำเขื่อนกั้นไม่ให้น้ำเข้ามา แต่หากมีภาวะ Rain bomb จะต้องนำน้ำออกไปในแม่น้ำเจ้าพระยา

ทั้งนี้ หลักการ คือ ต้องเพิ่มกำลังสูบให้มากที่สุด ขณะนี้ที่เริ่มทำแล้วการขยายท่อระบายน้ำที่ปัจจุบันรองรับปริมาณฝนได้ประมาณ 60 มม./ชม. หลักการจึงต้องพยายามเพิ่มขยายขนาดของท่อระบายน้ำ และเพิ่มกำลังสูบออก รวมถึงมีการเพิ่มปริมาณปั๊มน้ำต่างๆ อาจต้องมีการทำเป็นช่วง เพื่อให้มีการดูดน้ำออกส่งต่อกัน

อย่างไรก็ตาม หากมีปริมาณมากจะไม่ได้ง่าย หาก กทม. เจอฝนปริมาณมากขนาดที่หาดใหญ่เจอ ก็คงจะอ่วมเช่นกัน เป็นเรื่องที่ต้องเห็นใจทั้งผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่

เบื้องต้น มีการสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประเมินพื้นที่ของ กทม. ในอนาคต ว่าจุดใดที่ต้องเพิ่มกำลังสูบ จุดใดต้องแบ่งแนวกั้นน้ำอย่างไร ต้องทบทวนอยู่ตลอดเพราะสถานการณ์เปลี่ยนไป

“ด้วยความที่โลกเปลี่ยนไปเร็ว ในอนาคตเราไม่รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน ถึงแม้จะมีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า แต่ก็จะต้องเตรียมการรับมือเผื่อไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญ เริ่มตั้งแต่การพยากรณ์ การเตือนภัย การระบายน้ำออก และการกู้ภัยต่าง ๆ ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์และบุคคลากร เรื่องนี้เป็นเคสที่หนักมากใน จ.สงขลา หากจะไปเทียบกับเคสอื่น ๆ ก็คงยาก ขอส่งกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่” นายชัชชาติ กล่าว.