เมื่อวันที่ 27 พ.ย. มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และกระทรวงการต่างประเทศ จัดแถลงข่าวผลการตัดสินรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 34  ประจำปี 2568 โดย ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568  รวมทั้งสิ้น 47 ราย จาก 17 ประเทศ คณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการได้พิจารณากลั่นกรอง และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติได้นำรายชื่อของผู้ได้รับการเสนอชื่อระหว่างปี 2565–2567  มาพิจารณาร่วมด้วย และนำเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธาน พิจารณาตัดสินเป็นขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2568 โดยผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568 สาขาการแพทย์  ได้แก่ นพ.เทอร์รี ดีน คิง (Terry Dean King, MD.) กุมารแพทย์โรคหัวใจ และแพทย์อาวุโส รพ.เด็กออชส์เนอร์ รัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา และ สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ศ.นพ.วอลเตอร์  ซี. วิลเล็ตต์ (Prof. Walter C. Willett, MD, MPH, DrPH) ศาสตราจารย์สาขาการระบาดวิทยาและโภชนาการ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ซึ่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานมอบรางวัลในวันที่ 28 ม.ค.2569 

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ประธานคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า นพ.เทอร์รี ดีน คิง มีความสนใจเรื่องการรักษาแบบรุกล้ำน้อย (Minimally Invasive Treatment)  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขความผิดปกติของหัวใจพิการแต่กำเนิดโดยไม่ต้องรับการผ่าตัด  ในปี พ.ศ. 2518 นายแพทย์คิง และคณะ ได้ทำการรักษาผู้ป่วยที่มีรูรั่วของผนังกั้นหัวใจช่องบน (Atrial Septal Defect) รายแรกได้สำเร็จ โดยใช้อุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นใหม่เป็นรูปร่มขนาดเล็ก (umbrella-shaped device) ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักกันในชื่อ King–Mills Cardiac Umbrella อุปกรณ์นี้ถือเป็นนวัตกรรมการรักษาโรคหัวใจแบบไม่ต้องผ่าตัดเปิดทรวงอก โดยใช้วิธีใส่อุปกรณ์ผ่านสายสวนหลอดเลือดดำเพื่อปิดรูรั่วของหัวใจ การรักษาด้วยอุปกรณ์ดังกล่าวช่วยลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่ ลดระยะเวลาพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญในประวัติศาสตร์การรักษาโรคหัวใจ  

ส่วน ศ.นพ.วอลเตอร์ ซี. วิลเล็ตต์ เป็นผู้บุกเบิกคนสำคัญในสาขาระบาดวิทยาทางโภชนาการยุคใหม่ มีบทบาทสำคัญในโครงการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับอาหาร การดำเนินชีวิต และโรคเรื้อรัง  หนึ่งในผลงานสำคัญคือการพบหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นครั้งแรกว่าการบริโภคไขมันทรานส์ (trans fats) มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหลอดเลือดหัวใจ ผลการค้นพบนี้นำไปสู่การออกข้อบังคับห้ามใช้ไขมันทรานส์ในหลายประเทศทั่วโลก.