นอกจากนี้เกิดการวิจารณ์พุ่งมาที่ตัวของ  “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ถูกตั้งคำถามว่า “ออกแอคชั่น…ช้าไปหรือไม่ ?”  วันที่สถานการณ์มาถึงจุดวิกฤตขั้นสุดที่กู้ภัยไม่สามารถเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยในตัวเมืองลึกๆ ได้  เพราะน้ำลึกและไหลแรง  แต่รัฐบาลยังไม่มี “ศูนย์สั่งการส่วนกลาง” เนื่องจากทำให้เกิดความสับสนในการทำงาน

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ภาคเอกชน เอ็นจีโอ ที่เข้าไปช่วยมีความสับสนในการเข้าพื้นที่ เพราะไม่มีศูนย์กลางที่มีคำสั่งชัดเจนว่า บริเวณไหนกำลังต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน  การขอแบ่งงาน รวมถึงเอกชนกลุ่มไหน จะเข้าไปตรงจุดไหน  และความช่วยเหลือที่ผู้ประสบภัยต้องการคืออะไรบ้าง กลายเป็นเหมือนว่า ขณะนี้จิตอาสา สื่อมวลชน  ต้องพึ่งพาสื่อโซเชี่ยลฯ ด้วยการรอดูว่า มีการโพสต์ขอความช่วยเหลือในสื่อของอินฟลูฯ คนไหน หรือมีการประสานงานจากสื่อมวลชนส่งเรื่องไปยังมูลนิธิไหนบ้าง เป็นต้น 

แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังมีความสับสนอยู่ อาจเกิดการแจ้งซ้ำซ้อนตามมา ทำให้การช่วยเหลือคนกลุ่มอื่นๆต้องล่าช้าออกไปอีก นอกจากนี้ ยังเกิดภาวะข่าวลือ -ข่าวปล่อยสะพัด การใช้เอไอตัดต่อภาพ ในสถานการณ์แห่งความหวาดกลัว  หมดหวัง ก็ยิ่งเป็นตัวเร้าให้คนเรามีโอกาสจะเชื่ออะไรร้ายๆ ได้มากขึ้น

 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ที่เพิ่งตั้งสดๆ ร้อนๆ ก็โดนปล่อยข่าวเรื่องเฮลิคอปเตอร์ตก ต้องรีบออกมาปฏิเสธ จากนี้ “รมต.แบต”ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ เดินหน้าแบ่งโซนเพื่อเร่งเข้าช่วยเหลือ โดยนำข้อมูลจากสายด่วน 1111 และ 1784 รวมทั้งร้องเรียนทางอื่น มาประมวล

น้ำท่วมครั้งนี้มีผลกระทบหนักกับ 2 พรรคการเมืองโดยเฉพาะขณะนี้ “นายกฯหนู” อยู่บนทางสองแพร่ง จะยุบสภาก่อน MOA หรือไม่  เพราะถ้าชิงยุบวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ทันทีที่เปิดสภาสมัยสามัญฯ ก็ไม่แน่ว่า สถานการณ์ในภาคใต้ยังไม่เรียบร้อยเต็มที่นัก ในท่ามกลางเสียงวิจารณ์ไม่พอใจรัฐบาล  2 พรรคการเมือง ที่เป็นรัฐบาล คือ “ภูมิใจไทย  – กล้าธรรม”จะเจอแจ๊คพ็อตไปเต็มๆ

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ( กธ.) ออกแอคชั่นช่วยเหลือมาก แต่ก็ยังโดนคอลัมนิสต์ดัง วิจารณ์“วันเกิดเหตุไม่อยู่หน้างาน ไปเปิดงาน จ.เชียงใหม่” ก็เสียภาพลักษณ์ไปพอสมควร ส่วน “นายกฯหนู” นั้นถูกจี้ถามเรื่องประเมินสถานการณ์ผิดพลาดหรือไม่ ถึงได้ดำเนินการรวมศูนย์สั่งการล่าช้า  

 2 พรรคนี้ จะเสียคะแนนไปมาก เมื่อต้องหาเสียงจะกระทบต่อการทำคะแนนในภาคใต้หรือไม่ ?  เพราะพรรคภูมิใจไทย ตั้งเป้าได้ สส.ใต้ 30 คน  ส่วนพรรคกล้าธรรมก็มี สส.ใต้ย้ายพรรคเข้ามา ก็หวังในภาคใต้เช่นกัน  จากที่เคยชิมลางส่งเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช ส่ง “สจ.โอ” ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ สู้และเอาชนะ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สส.หลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์ได้

หาก “ภูมิใจไทย –กล้าธรรม” พลาด จ.สงขลา สส.อาจปลิวทั้งจังหวัด  ซึ่งการทำงาน“หน้างาน”มีผลต่อคะแนนเสียง เพราะหากย้อนไปตอนเลือกตั้งสมัยรัฐบาล “ทักษิณ 2”  ม้ามืดชื่อ กฤษ ศรีฟ้า เป็น สส.ไทยรักไทย หนึ่งเดียวในภาคใต้  เพราะคนเห็นการทำงานที่ จ.พังงา ช่วงเกิดสึนามิ  ซึ่งตอนนี้ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคประชาชน ( ปชน.) พรรครวมไทยสร้างชาติ ( รทสช.) ต่างออกแรงชิงเก้าอี้ สส.ใต้กันหนัก

แล้ว “เพื่อไทย”จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ โดยรวมเรื่องการบริหารจัดการภัยพิบัติ  ถ้า “นายกฯหนู”ชิงยุบสภาหนีอภิปรายฯ กลางเดือน ธ.ค.จะเอาหน้าไปหาเสียงอย่างไร ในพื้นที่ที่อยู่ในระหว่างฟื้นฟู เยียวยา  เพราะ “ฝ่ายค้าน”โจมตีว่าแก้ปัญหาไม่ได้ แล้วยังมายุบสภาหนี  เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่างหาดใหญ่ ความเสียหายมาก ยิ่งปั่นกระแสโกรธแค้นได้มาก

การช่วยเหลือตอนนี้สำคัญ  “การเยียวยา -ฟื้นฟู” ต่อไปรัฐบาลจะทำได้ถูกใจหรือไม่  ตรงนี้คือโจทย์สำคัญที่จะดึงคะแนนกลับ?.