“ขแมร์ไทม์ส” สื่อดังของกัมพูชา รายงานว่า ประชาชนชาวกัมพูชา มีความรู้สึกเห็นด้วยอย่างมากต่อการตัดสินใจอย่างกล้าหาญของ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติกัมพูชา (NOCC) และกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬา (MoEYS) ที่ถอนตัวนักกีฬา 8 ชนิด จากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่

รัฐบาลกัมพูชา ได้รับเสียงปรบมือให้กับการตัดสินใจครั้งนี้ว่ามีความจำเป็นในการถอนตัวจากการแข่งขัน ยูโด, คาราเต้, ปันจักสีลัต, เปตอง, มวยปล้ำ, วูซู, ฟุตบอล และเซปักตะกร้อ โดยเหลือเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา 13 ประเภท ได้แก่ ว่ายน้ำ, กรีฑา, อีสปอร์ต, ฟันดาบ, ยิมนาสติก, ยูยิตสู, คิกบ็อกซิ่ง, เทควันโด, ขี่ม้า, เจ็ตสกี, ไตรกีฬา, เทควันโด และวอลเลย์บอล มีเจ้าหน้าที่และนักกีฬาราว 150 คน

เสียงตอบรับจากสาธารณชนเป็นไปในเชิงบวกอย่างล้นหลาม ชาวกัมพูชาจำนวนมากกล่าวว่าความปลอดภัยของนักกีฬาเป็นความสำคัญที่มากกว่าการส่งนักกีฬาทั้งทีมเข้าร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดสูงตามแนวชายแดน ผู้ใช้โซเชียลมีเดียกัมพูชาต่างชื่นชมรัฐบาลและหน่วยงานด้านกีฬาที่เลือกเน้นความปลอดภัยมากกว่าความเสี่ยง โดยระบุว่านักกีฬากัมพูชาอาจเผชิญกับการถูกทำร้ายร่างกายหรือด้วยวาจาขณะแข่งขันในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีอีกจำนวนมากที่เรียกร้องรัฐบาลให้ส่งนักกีฬาน้อยลงไปอีก หรืออาจพิจารณาคว่ำบาตรทั้งหมด หากไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้

แอ็ง เซเรย์ พิเสธ รองประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลกัมพูชา ยังโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพื่อสอบถามสาธารณชนว่าควรพิจารณาคว่ำบาตรการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศไทยด้วยหรือไม่ ซึ่งโพสต์ของพิเสธได้รับความสนใจอย่างมาก เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างจริงจังที่วงการกีฬาของกัมพูชากำลังเผชิญ

ขณะเดียวกัน ขแมร์ไทม์ส ยังลงบทความที่อ้างว่ามาจากประชาชนทั่วไป ระบุว่าไทยต้องแน่ใจว่านักกีฬาทุกชาติรวมถึงกัมพูชาต้องได้รับการดูแลความปลอดภัย ชี้ว่าในซีเกมส์ครั้งก่อนที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพนั้น มีการจัดหาที่พักและอาหารให้แก่นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ฟรีทั้งหมด แสดงถึงความมุ่งมั่นต่อการต้อนรับ สันติภาพ และความสามัคคีในภูมิภาค

ความปรารถนาดีและความเอื้อเฟื้อของกัมพูชาควรได้รับความเคารพจากไทย และนักกีฬากัมพูชาควรได้รับที่พักและอาหารฟรี เช่นเดียวกับที่กัมพูชามอบให้กับผู้เข้าร่วมทุกคนเมื่อครั้งที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน.