นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงกรณีรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงินนับแสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้รับมือวิกฤตตะวันออกกลางว่า ไม่เห็นด้วยอย่างมาก หากรัฐบาลจะขยายเพดานหนี้สาธารณะ และออก พ.ร.ก.กู้เงินรอบใหม่ มาเพื่อใช้ทำโครงการแจกเงินประชานิยม ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งพลัง หรือการแจกผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติม
“หากต้องการแจกเงิน ขอร้องรัฐบาลอย่ากู้เลย เหมือนบิณฑบาต อย่าไปทำอีก เพราะมองว่าการกู้มาแจกในลักษณะนี้ จะกลายเป็นเพียงภาระหนี้สาธารณะที่ตกทอดไปยังอนาคต โดยไม่มีผลตอบแทนที่คุ้มค่าเพียงพอ”
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าโครงการประชานิยมระยะสั้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพในช่วงไม่เกิน 6 เดือน อาจมีความจำเป็นในบางสถานการณ์ แต่รัฐบาลควรใช้ เงินงบประมาณที่มีอยู่เป็นหลัก และช่วยเหลือเฉพาะบางกลุ่มที่เดือดร้อนให้เหมาะสม ไม่ใช่เหวี่ยงแห และไม่ควรออก พ.ร.ก. กู้เงินใหม่มาเพื่อวัตถุประสงค์นี้โดยเฉพาะ เพราะนโยบายแจกเงินเป็นเพียงการแก้ปัญหาปลายเหตุระยะสั้น ที่ไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้กับระบบเศรษฐกิจแต่อย่างใด
นายเกีรยติอนันต์ กล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการกู้เงินจริงควรจะมีแผนการใช้เงินที่ชัดเจน และทำโครงการที่มีผลต่อการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเสนอ 3 แนวทางที่ควรนำเงินกู้ไปลงทุนแทนการแจกเงิน ได้แก่ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตระยะยาว 2.การยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน และ3. การพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ เพื่อให้กลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมได้



