เมื่อวันที่ 28 พ.ย. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ กล่าวถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรชาย บุตรสาว พร้อมด้วยคู่สมรส เดินทางไปเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา ภายหลังการเข้าเยี่ยม ได้พรินต์ภาพสีที่ลูกๆ ถ่ายภาพร่วมกับนายทักษิณ ออกมาให้สื่อมวลชนได้ดูนั้น

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นายสมชาย แสวงการ อดีต สว. ได้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถาม รมว.ยุติธรรม ปลัดกระทรวง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้บัญชาการเรือนจำคลองเปรม ให้ช่วยตอบคำถาม เหตุใดจึงมีการถ่ายภาพข่าวดังกล่าว ออกมาเผยแพร่ เป็นการอนุญาตทั่วไปหรือไม่ ทั้งๆ ที่ระเบียบการเข้าเยี่ยมนักโทษในเรือนจำคลองเปรมและทุกเรือนจำทั่วประเทศ ระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามนำสิ่งของต้องห้าม เช่น โทรศัพท์มือถือ, กล้องถ่ายรูป ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าห้องเยี่ยม

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ภาพถ่ายที่ปรากฏมา กรมราชทัณฑ์ชี้แจงเป็นการเยี่ยมญาติใกล้ชิด ภายใต้โครงการ ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัว เป็นการให้บริการของทางเรือนจำ เป็นความสมัครใจของครอบครัว และผู้ถูกคุมขัง สามารถพรินต์ภาพออกมาให้ครอบครัว ญาตินำไปเป็นที่ระลึกได้ ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวถ่ายภาพ รวมทั้งโครงการนี้ทำต่อเนื่องมาหลายปี  

ขอให้นายสมชาย ตั้งสติ ก่อนโพสต์ควรศึกษาระเบียบกรมราชทัณฑ์ต่อเรื่องนี้ให้ละเอียด ก่อนที่จะออกมาแสดงความคิดเห็น อย่าใช้อคติส่วนตัวหามุมจับผิด นายทักษิณ ถูกรัฐประหารปี 2549 มีการตั้งหน่วยงานปฏิปักษ์ขึ้นมาตรวจสอบ เอาผิด เป็นผู้ถูกกระทำมาโดยตลอด ท่านต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ไปอยู่เมืองนอกมา 17 ปี แต่ยังมีความรัก ห่วงใย บ้านเมือง พอกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แม้จะถูกจองจำ ยอมรับตามกระบวนการยุติธรรม  

น.ส.แพทองธาร และลูกๆ ของนายทักษิณ รู้ดีอะไรทำได้ ทำไม่ได้ ตอนเข้าเยี่ยมใช้สิทธิตามปกติ ตามที่เรือนจำอนุญาต ปฏิบัติตามระเบียบทางเรือนจำทุกอย่าง ไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่น เมื่อมีโอกาสไม่ต้องสนทนาผ่านกระจกกั้น ได้ร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร ได้ถ่ายภาพตามที่เรือนจำอนุญาต จะแสดงออกซึ่งความรัก ความใกล้ชิด ผูกพันออกมาตามประสาลูกๆ กับพ่อ 

เท่าที่ทราบโครงการเยี่ยมญาติแบบใกล้ชิด มีมาตั้งแต่ปี 2540 และถูกยกระดับเป็นนโยบายตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเสริมสร้างความผูกพันอันดีของผู้ถูกคุมขังกับญาติ ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น นายสมชาย อย่าหาเรื่องจับผิด โดยไม่ศึกษาหาข้อมูลให้ละเอียด การเยี่ยมญาติใกล้ชิด เป็นสิทธิของผู้ต้องขังทุกคน ไม่ใช่อภิสิทธิ์ของใคร

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า คนไทยเขาถือ คนล้มอย่าข้าม อย่าซ้ำเติม แต่กับบางคน นอกจากไม่ปล่อยวางแล้ว ยังหาโอกาสกระทืบซ้ำ คนถูกกระทำ เมื่อมีโอกาสเรื่องแบบนี้ไม่เกิดกับตัว คนใกล้ชิด ญาติพี่น้องคงไม่รู้ ขอหันหน้าเข้าหากัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำเพื่อประโยชน์บ้านเมืองดีกว่า โดยเฉพาะเหตุการณ์หลังน้ำท่วมใหญ่ หาดใหญ่ และภาคใต้หลายจังหวัด ยังต้องการความคิดดีๆ ที่ต้องฟื้นฟูทั้งด้านจิตใจ เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่กันอีกมาก