เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนภายหลังแถลงข่าวผลการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ถึงความชัดเจนในการจ่ายเงินเยียวยาสำหรับผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ถูกแยกกรณีผู้เสียชีวิตออกเป็น 2 กลุ่ม แต่วันนี้บอกว่าจะไม่มีการแบ่งกลุ่ม แสดงว่ากลุ่มที่แยกเคสเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 30 ราย จะได้รับเงินเยียวยาใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการรวมตัวเลขกัน จึงต้องมีการแยกผู้เสียชีวิตแน่ชัดก่อนน้ำท่วมที่ต้องรอการยืนยันจากญาติ ซึ่งจะไม่ได้รับเงินเยียวยาแน่นอน ส่วนที่เหลือจะได้รับในกรณีเดียวกันทั้งหมด
เมื่อถามย้ำว่า ผู้เสียชีวิต 30 รายที่ถูกแยกออกจากกลุ่มน้ำท่วมเมื่อวันที่ 27 พ.ย. จะได้รับเงินเยียวยา 2 ล้านบาทเท่ากันใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า อาจจะไม่ได้รับเพียง 1-2 ราย
เมื่อถามว่ากรณีเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต รายละ 2 ล้านบาทจะมีงบประมาณเพียงพอหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลจำเป็นต้องบริหารจัดการ ซึ่งงบในส่วนของกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรีมีอยู่ส่วนหนึ่ง และจะมีงบประมาณที่นายกฯ ได้เร่งรัดทางสำนักงบประมาณ ให้ไปดูในส่วนของงบกลางเข้ามาเพิ่มเติม หากเงินกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นไม่เพียงพอ
นายภราดร ยังกล่าวถึงกรณีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมและตกค้าง โดยยอมรับว่า โรงพยาบาลหาดใหญ่เป็นผู้ประสบภัย เพราะฉะนั้นจึงมีศพที่ตกค้างก่อนเหตุการณ์น้ำท่วม และรอให้ญาติมารับ เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วม เขาจำเป็นจะต้องย้ายไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ด้วย จึงทำให้ตัวเลขถูกรวมกัน อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลมีข้อมูลอยู่แล้วว่ากรณีผู้เสียชีวิตรายใดเสียชีวิตก่อนเหตุน้ำท่วม จึงสามารถแยกส่วนได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงสาธารณสุข ได้บูรณาการข้อมูลกันอย่างครบถ้วนแล้ว ตัวเลขที่ออกมาจึงเป็นตัวเลขเดียวกัน นับตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

เมื่อถามว่า เงินเยียวยาเพิ่มเติมในส่วนที่นายกฯ ได้ประกาศไปเมื่อวานนี้ นอกเหนือจาก 9,000 บาท วันนี้ได้มีการเคาะตัวเลขแล้วหรือไม่ว่าจะเยียวยาเพิ่มอีกจำนวนเท่าใด นายสิริพงศ์ กล่าวว่า มีแน่นอน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไปแล้ว และจะมีหลักเกณฑ์อื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก ซึ่งนายกฯ จะประกาศที่หาดใหญ่อีกครั้ง
เมื่อถามว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้เกิดการเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ซึ่งหลังจากจบคำถามนี้ทุกคนนิ่งไประยะหนึ่ง ไม่มีใครตอบ
ขณะที่นายภราดรก้มหน้านิ่ง จนทำให้นายสิริพงศ์เอื้อมมือไปสะกิดที่แขนนายภราดร ทำให้ผู้สื่อข่าวถึงกับเอ่ยปากว่าใครจะเป็นคนตอบ ก่อนที่นายสิริพงศ์ จึงกล่าวว่า ในท้ายที่สุดรัฐบาลปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เราดำเนินการภายใต้ข้อจำกัดหลายอย่าง ถามว่ามีข้อผิดพลาดหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ในส่วนของการดำเนินการ ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลเสียใจ แต่ในกรณีน้ำท่วมมีอยู่หลายอย่างที่จะต้องดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้ความช่วยเหลือ การฟื้นฟู และการเยียวยา แน่นอนว่า มีทั้งคนพอใจ และคนไม่พอใจ แต่เวลาจากนี้ไปเป็นเวลาที่จะพิสูจน์ เมื่อปัจจัยอื่นๆ ควบคุมได้ ก็จะเป็นข้อพิสูจน์ในการบริหารจัดการของรัฐบาล ซึ่งในเรื่องนี้นายกฯ น่าจะมีการพูดถึงในอนาคตอันใกล้
เมื่อถามว่าเงินเยียวยา 9,000 บาท จะถึงมือประชาชนเมื่อใด นายภราดร กล่าวว่า เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อครั้งที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับประชาชนที่มีบัญชีธนาคารออมสิน และกรุงไทย สามารถที่จะโอนเงินได้ทันที ซึ่งนายกฯ ได้ประกาศแล้วว่า พื้นที่หาดใหญ่เป็นที่ทราบว่าน้ำท่วม 100% ในเรื่องของการทำประชาคม หรือขั้นตอนอื่นๆ ก็สามารถยกเว้นได้ และสามารถโอนเงินให้กับประชาชนได้ทันที ซึ่งวันนี้ทางสำนักงบประมาณได้โอนเงินให้กับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นทาง ปภ.สามารถโอนเงินให้กับประชาชนได้ทันที
เมื่อถามว่า หลังจากที่เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ได้ประกาศขอรับบริจาคไม้กวาดทางมะพร้าว วันนี้ได้ครบแล้วหรือไม่ หรือมีสิ่งของอะไรที่ยังขาดเหลือต้องการขอรับบริจาคเพิ่ม นายภราดร กล่าวว่า ได้รับการประสานมาจากหน่วยหน้า ว่า เมื่อน้ำลงแล้วสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ คือ บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ซึ่งต้องระดมทุกสรรพกำลังของภาครัฐและจิตอาสา ซึ่งขณะนี้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือดีจีเอ ได้เปิดช่องทางรับสมัครอาสาสมัคร และมีผู้สมัครเข้ามาแล้ว เกือบ 1,000 ราย และเชื่อว่า จะมีมาสมัครอีกหลายช่องทาง ซึ่งเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ตนได้พูดถึงไม้กวาด แต่ก็ยังต้องมีส่วนอื่น เช่น น้ำยาทำความสะอาด ถุงมือยาง รองเท้ายาง ยาน้ำกัดเท้า ซึ่งทางส่วนหน้าได้ร้องขอมา โดยได้มีการประสานกับกระทรวงสาธารณสุข และเอกชน เพื่อนำส่งสิ่งเหล่านี้ไป ผ่านเที่ยวบินวันนี้ พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะสนับสนุนในทุกสิ่งที่ร้องขอมา สำหรับการขนส่งสิ่งจำเป็น ที่ได้รับมาจากการช่วยเหลือของประชาชน จะมีช่องทางของภาครัฐ กองทัพ และภาคเอกชน ที่ร่วมอำนวยความสะดวกสิ่งของที่ประชาชนมีความประสงค์ที่จะช่วย
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะแจ้งเตือนประชาชนอย่างไร เนื่องจากมีมิจฉาชีพเปิดรับบริจาคและสิ่งของอาจไปไม่ถึงปลายทาง นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จ.สงขลาเป็นพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นการจะดำเนินการใดที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่หวังดี หากมีการตรวจพบหรือร้องเรียน เราสามารถจับกุมได้ และจะถูกดำเนินการถึงที่สุด



