เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ชุมชนภาสว่าง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในการส่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในการทำความสะอาดหลังจากประสบอุทกภัยในพื้นที่
ภายหลังจากการลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อ.หาดใหญ่ เราได้ปรับภารกิจบรรเทาสาธารณภัยหรือการค้นหาและช่วยเหลือประชาชนมาเป็นภารกิจในการฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชน ซึ่งการทำงานปัจจุบันมีการแบ่งพื้นที่เขตเมืองในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ออกเป็น 4 พื้นที่ และให้หน่วยทหารจำนวน 4 หน่วยรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ทหารที่รับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าวปัจจุบันได้รับการสนับสนุนกำลังเพิ่มเติมจากกระทรวงมหาดไทย คือ ส่วนของอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) มาจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอีกมากมายหลายหน่วยงานที่เข้ามาช่วยกัน
พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวอีกว่า ส่วนวิธีการทำงานร่วมกันคือ ให้หน่วยทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ในเขตพื้นที่ดังกล่าวเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการในแต่ละพื้นที่ และให้หน่วยที่มาสนับสนุนมาเพิ่มเติมกำลังและเครื่องมือสำหรับพื้นที่นอกเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยกองทัพจะใช้หน่วยที่มีความพร้อมเข้ามาดำเนินการเพื่อขยายพื้นที่การทำงานในการฟื้นฟูให้ครอบคลุมในพื้นที่เขตเมืองให้ได้มากที่สุด
พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่ ชุมชนบ้านภาสว่าง จากการพูดคุยกับประชาชนและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ทราบว่า สิ่งที่ประชาชนกำลังต้องการและอยากได้มากที่สุดคือ 1.น้ำ เพราะน้ำเป็นปัจจัยในการทำความสะอาดที่พัก ที่อาศัย ให้พอเข้าอยู่ได้ในการชั่วคราว ปัจจุบันน้ำกำลังเร่งรัดให้การประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่กู้ระบบขึ้นมาให้ได้โดยเร็วที่สุด ส่วนสิ่งที่ 2.ไฟฟ้า ปัจจุบันพื้นที่หาดใหญ่ไฟฟ้าให้บริการแล้วประมาณ 84 เปอร์เซ็นต์ และส่วนของไฟฟ้าจะเร่งรัดให้ครอบคลุมครบทั้งพื้นที่ภายใน 2 วัน หรือภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2568 ส่วนปัจจัยที่ 3 คือโทรศัพท์ ปัจจุบันให้บริการได้อยู่ 70 เปอร์เซ็นต์ และพื้นที่แห่งนี้ (บ้านภาสว่าง) ประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือในการใช้เครื่องมือช่วยยกสิ่งของที่เสียหายและขยะที่เกิดขึ้นจากอุทกภัย ให้นำมากองไว้หน้าบ้านของตนเอง
พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นหน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย จะใช้เครื่องมือมาเก็บขยะดังกล่าวไปทิ้งในตำบลที่ท้องที่ได้กำหนดไว้ โดยจะทำแยกเป็นโซน หากได้กำลังมาเพิ่มเติมผู้บัญชาการหน่วยที่รับผิดชอบในพื้นที่แห่งนี้ ก็จะบริหารจัดการการใช้กำลังและเครื่องมือดำเนินการเดินหน้าทีละโซนตามลำดับ / ทั้งนี้ เมื่อทางหน่วยเข้ามาเก็บสิ่งของและขยะที่เกิดจากเหตุอุทกภัยก็จะนำรดน้ำเข้ามาฉีดทำความสะอาดในพื้นที่ถนนและพื้นที่สาธารณะส่วนกลาง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปที่อยู่ในบริเวณอื่นๆสัญจรผ่านไปได้ด้วยความเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่ารถน้ำ นำเข้ามาวันนี้ใช่หรือไม่ พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า เราจะนำเข้ามาภายในวันนี้ เมื่อเก็บขยะเสร็จเรียบร้อยเราก็จะล้างในพื้นที่ ซึ่งรถน้ำปัจจุบันเรามีทั้งหมด 6 คันเฉพาะโซนนี้ ที่เป็นโซนที่ 1 โดยจะทำตามขั้นตอนเป็นวนลูป ตามขั้นตอนการทำงาน
เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะลงพื้นที่จุดใดอีกหรือไม่ พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า จะกลับไปประชุมประสานการปฏิบัติที่ ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ที่ กองบิน 56 และตอนช่วงเวลาค่ำหากไม่ติดภารกิจวางแผนเตรียมการแก้ไขปัญหาก็จะลงตรวจพื้นที่อีกครั้ง ส่วนรอบการทำงานที่กำหนดไว้ช่วงเช้าจะเป็นการประชุมประสานงานประจำวันและลงพื้นที่ หลังจากนั้นจะเป็นการหารือเฉพาะกรณีและจะลงพื้นที่
เมื่อถามว่าปัจจุบันแม้สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว ประชาชนยังคงต้องการน้ำและอาหารหรือข้าวสารอาหารแห้ง ผบ.ทสส. จะลงพื้นที่ไปแจกสิ่งของอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนด้วยหรือไม่ พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า งานที่ตนกำหนดให้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง วันที่ 8 ธ.ค. 2568 ประกอบด้วย ศูนย์พักพิง ตนให้ทุกภาคส่วน ยังคงดูแลศูนย์พักพิงอย่างต่อเนื่องเพราะประชาชนบางคนยังไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ จึงต้องดูเรื่องที่อยู่และอาหารรวมถึงการรักษาพยาบาล การแจกอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน และแจกถุงยังชีพ ให้เข้าถึงประชาชนที่เดินทางมาหน้างาน เร่งรัดเรื่องน้ำไฟและโทรศัพท์ให้ครอบคลุมพื้นที่อย่างเร็วที่สุด ยานพาหนะที่กีดขวางการจราจร ปัจจุบันประสบปัญหาเป็นอย่างมากเพราะบางพื้นที่รถติด ทำให้การทำงานนั้นไม่สะดวก จึงได้ประสานกับฝ่ายตำรวจฝ่ายจังหวัดและฝ่ายท้องถิ่นให้แก้ไขปัญหารถจอดค้าง
พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวอีกว่า หากมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายอาจต้องใช้กฎหมายอำนวยความสะดวกและคุ้มครองการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และจะให้เจ้าหน้าที่โยกย้ายรถเหล่านั้นไปในพื้นที่เก็บกอง โดยกำหนดไว้แล้วว่าจะเป็นพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้สะดวกต่อประชาชนในการไปเก็บคืน การเก็บขยะ การดำเนินการกับร่างผู้เสียชีวิตโดยจะเร่งรัดกระบวนการให้ครบถ้วนตามกฎหมายไม่ขาดตกบกพร่องและเร่งรัดให้ทันต่อความประสงค์ของญาติพี่น้องที่จะนำญาติผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ถึงนโยบายและการดำเนินการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในการเตรียมการขอรับเงินช่วยเหลือและเงินเยียวยา เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจตรงกัน
เมื่อถามต่อว่ามีความกังวลหรือหวั่นไหวต่อประเด็นที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มีกระแสดราม่าในการลงพื้นที่หรือไม่ ทางกองทัพใจแข็งพอหรือไม่ พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ตนอ่านทุกการแสดงความคิดเห็น แต่ตนนำข้อมูลดังกล่าวมาตรวจสอบว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจริงและเรื่องใดไม่ตรงกับความจริง แต่ตนไม่รู้สึกหวั่นไหวเพราะเราทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจและมีเป้าหมายเดียวกันทั้งหมดคือ ทำงานตามภารกิจที่ได้รับมอบ เพื่อดูแลประชาชน หากตั้งใจจริงและทำจริงตามที่เราตั้งใจไม่มีอะไรต้องหวั่นไหวและไม่มีอะไรต้องไปรู้สึกเสียใจหรือท้อแท้กับความรู้สึกของสังคม เพราะคนที่อยู่ในโซเชียลมีเดีย ส่วนหนึ่งอาจรู้ข้อเท็จจริงหน้างานบางส่วนก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงหน้างาน และคนที่อยู่ตรงนี้บอกกล่าวอะไรตนในลักษณะที่ตนต้องปรับปรุง ตนจะต้องพัฒนา ซึ่งจะฟังจากทางหน้างาน ส่วนทางโซเชียลมีเดียจะเป็นอันดับรอง
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่มีการพูดชื่นชมหน่วยงานกองทัพในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ มีความคิดเห็นอย่างไร พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ทุกส่วนราชการพยายามทำงานอย่างเต็มที่กับหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง ซึ่งตนไม่สามารถบอกได้ว่าใครทำมากกว่าหรือใครทำน้อยกว่า เพราะส่วนราชการไทยต้องร่วมมือร่วมใจกันหากไปแบ่งแยกส่วนราชการอื่นจะหมดแรงและหมดกำลังใจในการทำงาน ซึ่งการอยู่ร่วมกันจะต้องช่วยเหลือและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นอกเห็นใจและทำงานร่วมกัน
เมื่อถามว่าที่ผ่านมากองทัพทำงานแบบเร่งด่วนหรือไม่ พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า การทำงานปัจจุบันเป็นธรรมชาติของทหาร คือ ทหารถูกฝึกมาให้ทำงานในเรื่องราวที่ยากและลำบากและเรื่องราวที่คนอื่นไม่คุ้นเคยและไม่ได้ถูกฝึกมา ซึ่งทหารถูกฝึกให้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่รวดเร็ว ดังนั้น เมื่อเกิดอะไรขึ้น ก็จะใช้ธรรมชาติของทหารเข้าไปอยู่กับเหตุการณ์ ซึ่งทหารไม่ใช่ถูกฝึกมาเพื่อปฏิบัติการการรบเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องราวที่เป็นวิกฤตทุกเรื่อง ทหารจะปรับตัวกับเหตุการณ์วิกฤตนั้นได้เร็วกว่าคนอื่น และเราไม่ควรเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่นเนื่องจากภาระหน้าที่และประสบการณ์ของแต่ละส่วนนั้นไม่เหมือนกัน
เมื่อถามอีกว่า นายก ฯ ได้ฝากเน้นย้ำอะไรกับกองทัพบ้างหรือไม่ในการลงพื้นที่ล่าสุดด้วยกัน พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า นายก ฯ ห่วงใยเรื่องการดำเนินการช่วยเหลือประชาชน และเน้นเรื่องการฟื้นฟู ซึ่งตนรับข้อเน้นย้ำ จึงนำมาสู่แนวความคิดแผนการปฏิบัติการดำเนินการของแต่ละส่วนให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจมีข้อจำกัดเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานแต่เราก็ต้องปรับแก้กันไป



