เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการ กทม. 2 (ดินแดง) นายไทภัทร ธนสมบัติกุล รอง ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง เป็นประธานประชุมศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน ระดับเขต ครั้งที่ 1/2564 เพื่อร่วมกันหาแนวทางป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่เขต ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมี ผู้แทนศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนเขต (ศปถ.เขต.) จาก 6 กลุ่มเขต ได้แก่ ผู้แทนกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ ผู้แทนกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก ผู้แทนกลุ่มเขตกรุงเทพใต้ ผู้แทนกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ และผู้แทนกลุ่มเขตกรุงธนใต้ เข้าร่วมประชุม

โดยในที่ประชุมได้แจ้งให้ผู้แทน ศปถ.เขต. ทั้ง 6 กลุ่มเขต ได้รับทราบนโยบายของผู้บริหารกทม. ในด้านการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จากการประชุมคณะกรรมการ ศปถ.กทม. ครั้งที่ 2/2564 วันที่ 24 พ.ย.64 ที่ผ่านมา และสรุปผลการดำเนินงานการแก้ไขจุดเสี่ยง 50 เขต : 1 เขต 1 โซน ปี 2564 ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแก้ไขแล้วทั้งหมด 158 จุด จากทั้งหมด 174 จุดเสี่ยง คิดเป็นร้อยละ 91 และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 16 จุด คิดเป็นร้อยละ 9

โดยแบ่งเป็นจุดเสี่ยงที่อยู่ในการดูแลของกทม.ทั้งหมด 9 จุดเสี่ยง ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการของบประมาณในการปรับปรุง ส่วนแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงในปี 2565 กทม.มีแผนดำเนินงาน 1 เขต : พิชิต 2 จุดเสี่ยง โดยได้ตั้งเป้าแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงทั้งหมด 118 จุด เพิ่มจากปี 2564 ถึง 16 จุด

นอกจากนี้ในที่ประชุมได้นำเสนอแผนการจัดกิจกรรม ร่วมรู้ ร่วมคิด ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน คนปลอดภัย ชุมชนเป็นสุขเพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนและประชาชนในชุมชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจากจุดเสี่ยงในพื้นที่ชุมชนของตนเอง โดยกิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2564-มีนาคม 2565 ส่วนรูปแบบกิจกรรมจะเป็นการจัดประกวดคลิปสั้น ที่สะท้อนความคิด แนวทางสร้างถนนปลอดภัย โดยรูปแบบกิจกรรมจะจัดทำเป็นการอบรมให้ความรู้เพิ่มทักษะ และสร้างสรรค์ผลงานเข้าประกวดเพื่อชิงรางวัลจาก กทม.

อย่างไรก็ตาม กทม.ยังได้เตรียมแผนการดำเนินการด้านความปลอดภัยในปี 2565 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง โดยจะมุ่งเน้นการรณรงค์และสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการลดอุบัติเหตุ ในพื้นที่กรุงเทพฯทั้งหมด โดยมีเป้าหมายเพื่อลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อนำไปสู่การพลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้ทุกคนมีความปลอดภัยและความสุขในการเดินทาง ขับเคลื่อนให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งความปลอดภัยอย่างยั่งยืน.