วันนี้ (29 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวที่เป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์เกี่ยวกับหญิงท้องแก่คนหนึ่งในมณฑลซานตง ทางตะวันออกของประเทศจีน ที่ยอมสละห้องผ่าตัดทำคลอดที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว เพื่อเปิดทางให้แพทย์ช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์อีกรายที่เดินทางมาถึงโรงพยาบาลในสภาพหมดสติและตกเลือดอย่างรุนแรง

เรื่องของการมอบโอกาสแห่งชีวิตที่น่าประทับใจนี้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลประชาชนประจำเมืองเหว่ยฟาง โดยมีผู้บันทึกคลิปวิดีโอเหตุการณ์นาทีชีวิตดังกล่าวเอาไว้และกลายเป็นไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์ของจีนทันที 

รายงานระบุว่าในวันเกิดเหตุ คุณแม่รายแรก (ไม่ประสงค์ออกนาม) กำลังนอนรอการผ่าตัดทำคลอดอยู่ในห้องคลอดที่เตรียมการไว้แล้ว เธอต้องงดน้ำและอาหารมานานเกือบสองชั่วโมง ขณะที่ทารกในครรภ์ก็เริ่มดิ้นแรง

ในเวลาเดียวกันนั้น ได้มีรถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดที่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล บนเบาะหลังมีร่างของหญิงตั้งครรภ์รายหนึ่งนอนขดตัวหมดสติอยู่ท่ามกลางกองเลือด 

แพทย์ตรวจพบในเวลาต่อมาว่าเธอมาโรงพยาบาลเพียงลำพัง โดยไม่มีทั้งญาติ เอกสารยืนยันตัวตน ประวัติการรักษา หรือแม้แต่เงินมัดจำค่าพยาบาล อย่างไรก็ตาม จูอวี่ชุน ผู้อำนวยการศูนย์สูตินรีเวชของโรงพยาบาล ได้สั่งการให้นำตัวเธอเข้าห้องผ่าตัดทันที โดยให้ละเรื่องเอกสารไว้ก่อนและกล่าวว่าโรงพยาบาลจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเบื้องต้นให้เอง

ทว่าโรงพยาบาลกลับต้องเผชิญกับวิกฤติซ้อนวิกฤติ เมื่อพบว่าห้องผ่าตัดทุกห้องในขณะนั้นมีการใช้งานอยู่ทั้งหมด และห้องที่ใกล้จะว่างที่สุดก็ต้องใช้เวลาเคลียร์พื้นที่อีกอย่างน้อย 40 นาที ซึ่งคนไข้ที่กำลังตกเลือดรายนี้ไม่สามารถรอได้ 

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ผู้อำนวยการจูจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องผ่าตัดของคุณแม่รายแรกเพื่ออธิบายสถานการณ์วิกฤติให้ฟัง ทันทีที่ทราบเรื่อง คุณแม่ใจเด็ดรายนี้ตอบกลับมาโดยไม่ลังเลว่า “ช่วยเธอก่อนเลยค่ะ ฉันรอได้” จากนั้นเธอก็ยอมย้ายออกจากห้องผ่าตัดพร้อมกับทีมแพทย์

หญิงท้องแก่ที่หมดสติถูกนำตัวขึ้นเตียงผ่าตัดอย่างเร่งด่วน แพทย์พบว่าสัญญาณชีพจรหัวใจของทารกในครรภ์ได้หยุดเต้นไปแล้ว และเธอสูญเสียเลือดไปมากถึง 3,500 มิลลิลิตรในเวลาอันสั้น ซึ่งเกือบจะเท่ากับปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกายของหญิงวัยผู้ใหญ่คนหนึ่ง 

แม้ว่าในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ การตัดมดลูกทิ้งจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับชีวิตแม่ แต่ทีมแพทย์ก็พยายามอย่างสุดความสามารถจนรักษามดลูกของเธอไว้ได้ ทว่า น่าเศร้าที่ทารกไม่มีสัญญาณชีพหลังคลอด และหลังจากพยายามกู้ชีพอยู่นาน แพทย์ก็จำต้องประกาศว่าทารกได้เสียชีวิตแล้ว

หลังการผ่าตัดอันยาวนานกว่าสองชั่วโมง หญิงที่ตกเลือดก็ฟื้นคืนสติและได้รับการย้ายจากห้องไอซียูไปยังหอผู้ป่วยทั่วไป ส่วนคุณแม่ใจดีที่ยอมสละห้องผ่าตัดให้ ก็ได้คลอดลูกชายอย่างปลอดภัยในเวลาต่อมา โดยทั้งแม่และเด็กมีสุขภาพแข็งแรงดี คนในครอบครัวของเธอต่างก็สนับสนุนการตัดสินใจนี้ โดยกล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า “ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงทำแบบเดียวกัน”

เรื่องราวดังกล่าวสร้างความตื้นตันใจให้กับชาวเน็ตจีนเป็นอย่างมาก โดยมีผู้เข้าชมหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้สูงถึง 32 ล้านครั้ง ชาวเน็ตรายหนึ่งคอมเมนต์ว่า “นี่คือการวิ่งผลัดส่งต่อความตายสู่ชีวิต คุณแม่ผู้ใจดีคนนี้ได้ช่วยชีวิตคนไว้ ขอให้เธอและลูกชายจงมีแต่ความปลอดภัยและมีความสุขในชีวิต” 

ขณะเดียวกัน เคสนี้ยังช่วยปลุกกระแสให้สังคมตระหนักถึงความเสี่ยงอันตรายจากการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร โดยผลสำรวจในจีนจากหญิงตั้งครรภ์ 18,000 คนพบว่า กว่า 1 ใน 4 ต้องเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ และผู้ที่ตั้งครรภ์มาแล้วหลายครั้งจะยิ่งมีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและโรคเบาหวานสูงขึ้นตามไปด้วย

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Pixabay / Andreas G