สำนักข่าวของจีนรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้ปลูกพริกจำนวนหนึ่งในมณฑลส่านซี ประเทศจีน เมื่อไม่นานมานี้ เพียงเพราะมีคนโพสต์ข้อความที่เป็นเท็จลงบนโซเชียลมีเดียว่า พวกเขาเปิดให้เข้าไปเก็บพริกในไร่ได้ฟรีๆ ซึ่งต่อมากลายเป็นไวรัล
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา จู่ๆ เกษตรกรหลายรายในหมู่บ้านหลิวเจียโกวก็พบว่า มีคนหลายสิบคนบุกเข้ามารื้อค้นและเก็บพริกในไร่ของพวกเขาอย่างหน้าตาเฉย ซ้ำบอกว่าพวกตนมีสิทธิ์ที่จะทำ
ต่อมาจึงได้พบว่า สาเหตุมาจากชายคนหนึ่งซึ่งตำรวจไม่ได้เปิดเผยชื่อ ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย หลอกลวงว่า ใครๆ ก็สามารถเข้ามาเก็บพริกได้มากเท่าที่ต้องการจากไร่พริกหลายพันไร่ที่อยู่รอบๆ หมู่บ้านหลิวเจียโกว เพราะเกษตรกรผู้เพาะปลูกตัดสินใจแจกพริกเหล่านั้นฟรีๆ แทนที่จะขายในราคาขาดทุน

“ในหมู่บ้านหลิวเจียโกว มีพริกเป็นพันๆ ไร่ ใครที่มาเก็บก็เอาไปเลยได้” ชายในวิดีโอกล่าว “เจ้าของไร่ลงทุน 30,000 หยวน เพื่อจ้างคนงานมาเก็บพริก แต่กลับขายได้เพียง 18,000 หยวน”
คลิปวิดีโอไวรัลนี้เป็นเรื่องไม่จริง เนื่องจากที่นั่นไม่ได้มีเกษตรกรรายใหญ่เพียงคนเดียวที่มีไร่พริกขนาดใหญ่ แต่เป็นเกษตรกรรายย่อยหลายรายที่ทำไร่อยู่ด้วยกัน พวกเขาต้องเห็นผลผลิตของตนถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตา
นายหยาง เกษตรกรในท้องถิ่นที่ปลูกพริกประมาณ 84 ไร่ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวจากช่อง CCTV ว่า เขากำลังอยู่ระหว่างการหาลูกค้ามารับซื้อพริก แต่เขาไม่เคยบอกใครว่าจะแจกพริกฟรี
นายหยางเป็นเกษตรกรคนแรกๆ ที่พบคนแปลกหน้าอยู่ในไร่ของเขาในลักษณะที่กำลังเก็บพริกใส่กระเป๋าและลังบรรจุ และเนื่องจากเขาคุยกันด้วยเหตุผลไม่รู้เรื่อง หยางจึงโทรแจ้งตำรวจ

เมื่อได้ยินว่าพริกเหล่านั้นไม่ได้มีไว้ให้เก็บฟรีอย่างที่เข้าใจ ผู้คนบางส่วนที่ได้ดูคลิปวิดีโอไวรัลก็ยอมทิ้งสิ่งที่เก็บมาได้และออกจากไร่ไปแต่โดยดี แต่ก็มีอีกหลายคนที่ขับรถหรือขี่สกูตเตอร์ออกไปพร้อมพริกที่เก็บได้ทันที ทำให้เกษตรกรต้องเป็นฝ่ายแบกรับความเสียหาย
หลังจากทางการสอบสวนก็พบว่า ข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านคลิปวิดีโอไวรัลนั้นเป็นเพียงข่าวลือ ด้านกลุ่มเกษตรกรได้ยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อตำรวจทันที
ต่อมา เจ้าหน้าที่ก็ระบุตัวผู้โพสต์คลิปวิดีโอปล่อยข่าวลือได้ เขาโดนจับกุมและคุมขังไว้โดยเป็นการกักตัวแบบไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาทางอาญาเป็นเวลา 7 วัน และได้ตกลงที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้เกษตรกรเป็นเงินจำนวน 5,000 หยวน (ประมาณ 22,600 บาท)
ที่มา : odditycentral.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



