เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่รับพิจารณาคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 กล่าวอ้างว่า ประธานรัฐสภา (ผูู้ถูกร้องที่ 1) และสมาชิกรัฐสภา (ผู้ถูกร้องที่ 2) จัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาและลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเป็นการแสดงความประสงค์จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่ได้ร้องขอให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีการออกเสียงประชามติก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ แม้ผู้ร้องจะใช้สิทธิยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด เพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสอง และอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่รับดำเนินการตามที่ร้องขอ ทำให้ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสาม ก็ตาม แต่การดำเนินการของผู้ถูกร้องทั้งสองตามคำร้องยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่จะเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย.