ยังเป็นความกังวลของผู้ประกอบกิจการร้านอาหาร และสถานบันเทิงที่จำหน่ายสุราให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยเฉพาะในประเด็นห้ามขาย ห้ามดื่มในช่วงเวลาต้องห้ามคือ เที่ยงคืน-11.00 น. และ 14.00-17.00 น. อีกทั้งมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งถูกคัดค้านจากผู้ประกอบการร้านอาหารตั้งแต่ ร้านลาบ-ก้อยริมทางจนถึงร้านมีระดับที่มีการติดตั้งจอทีวีถ่ายทอดสดกีฬา (ฟุตบอล) ดนตรี นักร้องขับกล่อม ต่างได้รับผลกระทบทั้งสิ้น…
ล่าสุดวันที่ 1 ธ.ค. นายเลิศชาย นนท์ศิลา อายุ 56 ปี ผู้ประกอบการร้านอาหาร “ต้นข้าวดนตรี” ใน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ถ้าพูดถึงกฎหมายใหม่ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนออกกฎหมายฉบับนี้ มันมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างมาก โดยเฉพาะร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นภัตตาคารทั่วไป ร้านเล็ก ร้านใหญ่ ต่างได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งนักท่องเที่ยวก็เริ่มชินกับการดื่มในช่วงเย็น ตนคิดว่าในช่วงหลังจากที่เสร็จภารกิจการงาน คนส่วนมากก็จะมานั่งรับประทานอาหาร พบปะเพื่อนฝูงและนั่งดื่มสังสรรค์กัน เริ่มสตาร์ตก็จะประมาณ 22.00 น. และนั่งรับประทานไปเรื่อยๆ จนถึงเที่ยงคืน ซึ่งถ้ากฎหมายฉบับนี้บังคับใช้อย่างเข้มงวดจริงจัง มันก็จะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างแรง เนื่องจากพอถึงเที่ยงคืนแล้วจะให้ผู้ประกอบการไล่ลูกค้าไม่ให้นั่งดื่มแล้วก็คงเป็นเรื่องยาก ถึงแม้ร้านจะไม่ได้ขายให้ก็จริงแต่ลูกค้าจะนั่งต่อ ซึ่งทั้งผู้ขายและลูกค้าที่นั่งดื่มก็จะต้องมีความผิดในกฎหมายฉบับนี้ และมีโทษปรับทั้งสองฝ่ายเลย ลูกค้าก็จะโดนปรับคนละ 1 หมื่นบาท อย่างนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่นเป็นช่วงท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวก็เป็นส่วนหนึ่งของรายได้ของประเทศหลักๆ ตนก็อยากให้แก้ไขกฎหมายฉบับนี้จริงๆ ขอให้ไปปรับเปลี่ยนใหม่ อยากให้มีการทบทวนอีกครั้ง เข้าใจอยู่ว่าทางผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของหน่วยงานของราชการโดยเคร่งครัด แต่ตนว่ากฎหมายฉบับนี้ พอเหอะ! สมควรปลดล็อกได้แล้ว เพราะว่ามันมีผลกระทบจริงๆ ทั้งคนดื่ม คนขายก็ลำบากใจ ทุกวันนี้ค้าขายก็ลำบากมากพออยู่แล้ว ลูกค้าก็เริ่มลดลงไปเยอะ เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว ยิ่งกลายเป็นซ้ำเติมเข้าไปอีก มิหนำซ้ำข้าวยากหมากแพง ต้นทุนสูง ทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเงินเดือนพนักงานก็ต้องจ่ายเท่าเดิม ส่วนรายรับกลับน้อยลง

ขณะที่ จ.ตาก นายสามารถ ภู่ภักดี อายุ 65 ปี เจ้าของร้านครัวเมืองน่าน ร้านอาหารชื่อดังอยู่ในตัวเมืองตาก เปิดมานานกว่า 30 ปี ขายอาหารเหนือและอาหารไทยทั่วไป กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับกฎหมายฉบับนี้ ทั้งนี้ร้านของตนเปิดร้านตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 21.00 น. ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้านมักจะสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควบคู่ไปด้วย ซึ่งในเวลาที่ประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญๆ ทางร้านก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แต่ถ้าวันปกติอยากจะขอขยายเวลาการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องไปจนถึงเที่ยงคืน บางทีลูกค้ามาช่วงเที่ยงแล้วนั่งกินต่อเนื่อง พอถึงเวลา 14.00 น. ก็ต้องหยุดดื่มทันที มันเสียอารมณ์ทั้งคนนั่งกินและคนขายที่ต้องการยอดขายให้มีรายได้เข้ามาในร้านมากขึ้น เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี คนออกมาใช้เงินนอกบ้านน้อยมาก ช่วงนี้อากาศที่เมืองตากดีเย็นสบาย คนก็เริ่มออกมาเที่ยวและหาอาหารอร่อยๆ รับประทาน มาใช้เงินบ้าง ก็ไม่อยากให้การกำหนดเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มมาเป็นตัวปิดกั้นการการสร้างรายได้ในในช่วงนี้.



