เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 1 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6/2568 ถึงพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลประกาศจะเยียวยาผู้เสียชีวิต 2 ล้านบาท แต่ถ้านอกพื้นที่จะจ่ายเหมือนกันหรือไม่ ว่า ขึ้นอยู่กับภัย ซึ่งมีระดับและขั้นตอนอยู่ เมื่อถามว่าจะนำเข้าที่ประชุม ครม. ถึงความชัดเจนตรงนี้เลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เราให้การช่วยเหลือ ซึ่งเหตุอุทกภัยมีในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ส่วนใหญ่จะพยายามใช้หลักเดียวกัน ขอตอบแค่นี้ เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านออกมาติงเรื่องการแยกเยียวยาผู้เสียชีวิตทำให้เกิดความยุ่งยาก นายกฯ กล่าวว่า รับฟัง

เมื่อถามว่า ทางอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บอกไม่ต้องใช้สำเนาในเรื่องเอกสารเยียวยา แต่ยังมีภาพประชาชนยื่นถ่ายสำเนาเอกสาร ข้อสรุปเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า สั่งการให้แก้ไขแล้ว 

เมื่อถามย้ำว่ายืนยันว่าไม่มีอะไรยุ่งยากแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ครับ ทางปลัดกระทรวงมหาดไทย ตนก็ไม่ให้กลับมากรุงเทพฯ ให้อยู่ในพื้นที่เพื่อบัญชาการ ซึ่งต้องยอมรับว่าต้องมีหน่วยสนับสนุนเยอะหน่อย วันนี้เริ่มทยอยโอนเงินลงไปแล้ว แต่ยังมีเรื่องของผู้ที่เช่าบ้าน หากต้องรอเจ้าของยอมโอนสิทธิให้นั้น ตรงนี้ผู้ที่อยู่บ้านเช่าก็จะให้ผู้นำชุมชนรับรองมา เราก็จะจ่าย เพราะนี่เป็นเรื่องของเงินเยียวยา ส่วนเจ้าของบ้านจะไปได้ในสิทธิของค่าซ่อมแซมบ้าน ซึ่งมีอยู่ในระเบียบของ ปภ. อยู่แล้ว กล่าวโดยสรุปคือครอบคลุมความห่วงใยของทุกๆ ภาคส่วน 

เมื่อถามตีอว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าวจะกระทบกับเงินโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่กระทบ ได้พูดคุยกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แต่ในส่วนของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่หาดใหญ่ คงไม่สามารถจัดได้ ซึ่งการประชุมนโยบายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ได้เน้นย้ำการอบรมสัมนาหรือการประชุม ขอให้เน้นไปในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งเขาได้เตรียมลงทุน เช่น โรงแรมทั้งหลายที่เตรียมรอรับแขกในช่วงสิ้นปี จึงขอให้เน้นไปเพื่อเป็นการช่วยอุดหนุนให้เขามีกระแสเงินสดผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้

เมื่อถามอีกว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ กระทรวงมหาดไทยจะต้องมีการสังคายนาหรือปรับกลไกตรงไหนอย่างไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องดูเรื่องการป้องกัน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดตามกฎหมายจะประกาศเป็นเขตภัยพิบัติได้ก็ต่อเมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้น ซึ่งตนดูแล้วมันย้อนแย้ง การป้องกันสาธารณภัยภารกิจส่วนใหญ่ได้แต่บรรเทา แต่การป้องกันกลับติด ฉะนั้นต้องมานั่งคิดถึงการแก้กฎระเบียบหรือแม้กระทั่งแก้กฎหมายเพื่อให้ประสิทธิภาพในการเตือนภัยหรือการเตรียมพร้อมอพยพผู้คนดีกว่านี้ จะต้องมีประสิทธิภาพสูงมาก ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเร่งดำเนินการแก้ไข

เมื่อถามด้วยว่าการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของภาครัฐอาจมีข้อมูล แต่เวลาแจ้งเตือนประชาชนไม่เชื่อ เป็นเพราะเขาไม่มั่นใจอะไรหรือเปล่า นายกฯ กล่าวว่า “เราคงต้องสื่อสารและต้องมีการซ้อมให้ประชาชนได้เห็นและตื่นตัว ทั้งนี้วัฒนธรรมของพวกเรา น้ำท่วมชั้นล่างก็ไปชั้นสอง น้ำท่วมชั้น 2 ก็ไปชั้น 3 น้ำท่วมชั้น 3 ก็ขึ้นหลังคา เราเป็นมนุษย์ติดบ้าน วัฒนธรรมของเราไม่อยากไปไหนที่ไม่ใช่บ้านของเรา” 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนไปอยู่ในพื้นที่ก็เห็น จึงต้องมาเน้นการนำประชาชนออกจากบ้านและให้กลับบ้านโดยเร็วที่สุด เพราะทราบดี ทุกคนคิดถึงและเป็นห่วงบ้าน ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้แล้วต้องทำให้เขาเห็น และต้องให้ความร่วมมือมากๆ ในเรื่องการป้องกัน เตรียมพร้อม เชื่อฟังคำเตือนต่างๆ ซึ่งผู้สื่อข่าวก็เห็น cell broadcast ก็ทำงาน ในชุมชนก็ได้บอกว่าจะมีน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งมีสิ่งบอกเหตุที่ได้ถ่ายทอดไป แต่วันนี้มันเกินที่จะพูดแล้วว่าใครเชื่อหรือไม่เชื่อ ใครเตือนหรือไม่เตือน ไม่มีประโยชน์ วันนี้ทุกคนประสบภัย ไม่ว่าจะคนทำงานหรือผู้ประสบภัย ฉะนั้นมองไปข้างหน้าแล้วเร่งแก้ไขให้เขากลับคืนสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด ส่วนผู้ปฏิบัติอย่างพวกตนต้องมาคิดเรื่องการป้องกันให้กับพวกเขามากที่สุดด้วยทุกเทคโนโลยีที่มีอยู่

เมื่อถามว่า บางฝ่ายพยายามเชื่อมโยงเรื่องการโยกย้ายข้าราชการเป็นการเมือง นายกฯ กล่าวว่า ก็ให้เขาเชื่อมโยงไป แต่ตนบอกว่าไม่มีไม่เกี่ยว เขาไม่ได้ทำงานแต่พวกตนทำงาน.