ทำเอาแฟน ๆ ฮือฮา เมื่อพระเอกหนุ่มหล่อ “อาเล็ก ธีรเดช” ที่เคยประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ขอเล่นหนังผีเด็ดขาด ล่าสุดกลับยอมพลิกบทบาทครั้งใหญ่ ด้วยการตกลงรับแสดงหนังผีเรื่องแรกในชีวิต “ข้างบ้าน” ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงสุดลี้ลับในรายการผีดังของไทยอย่าง The Ghost Radio โดยมาจากเรื่องเล่าของ คุณหนวด ที่เจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติและต้องต่อสู้กับสิ่งลี้ลับที่เกิดขึ้นในบ้านและบริเวณข้างเคียง

ล่าสุดในงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์หลอนระทึกแห่งปี “ข้างบ้าน” อาเล็ก ได้เผยหมดเปลือกถึงเรื่องราวลี้ลับที่เกิดขึ้นทั้งกับตัวเองและคนอื่นๆ ในกอง โดย อาเล็ก เผยถึงเหตุผลที่กลืนน้ำลายยอมเล่นหนังผีว่า “หนังผีครั้งแรกในชีวิตคือผมจำได้ ผมเคยประกาศในวงสื่อว่าผมจะไม่เล่นหนังผีเด็ดขาด แต่ว่าก็ด้วยวัย อาจจะด้วยประสบการณ์น่ะ แล้วเรารู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้ว ที่เราอาจจะต้องแบบฉีกอะไรของตัวเอง หรือว่ากระโดดข้ามทำลายกำแพงบางอย่างของตัวเอง ซึ่งหวยก็มาตกที่หนังผีครับ ตอนแรกที่ผู้จัดการโทรฯมา บอกว่ามีหนังพี่โขมติดต่อมา ผมบอกอยากเล่น อยากเล่นพี่โขมอยู่แล้ว แต่หนังผีนะ งั้นไม่เล่นแต่พอได้อ่านบท ได้รู้โลเคชั่นในการถ่ายว่ามันไม่ได้น่ากลัวมาก เป็นแบบบ้านคนจริงๆ เราก็เลยลองดูสักตั้ง เพราะว่ามันก็เป็นบทบาทที่เราเองแบบไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้ด้วย นอกเหนือจากเรื่องผีนะ บทบาทของตัวละครวินในเรื่องเนี่ย มันเป็นบทที่เราไม่เคยได้รับ บทอะไรรู้ไหม คนธรรมดา ผมเล่นเป็นคนรวย เล่นเป็นหมอ เล่นเป็นมาเฟีย เล่นเป็นเจ้าของเกาะมาตลอดชีวิตเนี่ย แล้วมาเรื่องเนี้ยมันเป็นคนธรรมดาซึ่งผมเองไม่เคยรับจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่ามันทำยังไงให้คนธรรมดาดูน่าสนใจ”

“ความท้าทายเรื่องนี้คือมันก็มีคำถามเกิดขึ้นในใจผมว่าตัวผมเองก็เป็นคนธรรมดา ถึงแม้จะหล่อ แต่คือเราก็รู้สึกว่ามันทำยังไงให้บทของคนธรรมดา มันแบบมันดูน่าสนใจ ซึ่งมันก็สนุกแล้วก็ท้าทายไปอีกแบบครับ ประกอบกับมีเรื่องของเอฟเฟกต์ ความลี้ลับ ความน่ากลัวเข้ามาเสริมสร้างเรื่อง “ข้างบ้าน” มันเลยดูน่าสนุกเข้าไปอีกครับ ตัวละครก็เป็นคนธรรมดาที่มีตรรกะธรรมดา คือผมก็เป็น เอาจริงๆ อาเล็ก ธีรเดช ก็เป็นคนที่มีความฝันธรรมดา ที่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากมีบ้าน อยากมีชีวิตที่มั่นคง ตัววินเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเขาอาจจะเคยทำอะไรที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนโดยไม่รู้ตัว พอแล้วสปอยล์ คนแซวเรื่องมีม ผมว่าด้วยความที่มันจะมีหนังผีที่เกี่ยวกับบ้าน มันจะมีหนัง “ลัดดาแลนด์” กับ “บ้านเช่าบูชายัญ” ที่เขามีมีมของตัวละครชายพี่ก้อง (ก้อง สหรัถ) กับพี่เวียร์ (ศุกลวัฒน์) ใช่ไหม มีมีมของเขามาอยู่แล้ว แล้วบังเอิญเรื่องนี้มันเป็นเรา มันก็มีจริงๆ ผมว่าในเรื่องยังมีอีก ก็รู้สึกดีครับผม เพราะว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้คนสงสัยว่ามีมอะไร แล้วคนก็อาจจะตามมาดูได้ครับผม”


“สำหรับเรื่องลี้ลับคือจริงๆ แล้วมีกฎในกองเลยว่าห้ามเล่าเรื่องใครก็ตาม คือเรื่องนี้มันต่างคนต่างความเชื่อนะสำหรับผมนะ แต่ตัวผมเองก็เป็นคนที่เชื่อแล้วกัน แต่ผมก็บอกทางกองตั้งแต่แรกแล้ว ผมกลัวผีมากนะ เขาเลยเหมือนไม่ว่าใครจะเจอเรื่องแปลกอะไรก็ตาม ห้ามเล่า ห้ามเอามาปั่นกันต่อในกองอะ อันนี้คือกฎตั้งแต่แรก ห้ามให้ง่ายๆ ห้ามให้นักแสดงรู้ หรือว่าห้ามให้ทีมงานที่กลัวรู้ เพราะว่าเดี๋ยวอาจจะทำงานลำบากอะไรเงี้ย ผมก็เลยไม่ได้เจออะไรเลย แต่ว่าพอปิดกล้องปุ๊บ เขามีเล่าให้ฟังกันบ้างว่ามันมีเรื่องนู้นเรื่องนี้ เรื่องที่มันผิดแปลก เรื่องที่มันแบบน่าฉงน”

“เด็ดที่สุดที่เคยฟังน่าเป็นเรื่องของพี่โขม เรื่องของพี่โขมที่เขาทำพิธีกันก่อนที่จะเข้าไปถ่ายในบ้าน มันจะมีบ้านร้างหลังหนึ่งในหมู่บ้าน เขาก็เข้าทำพิธีในบ้านหลังนั้น แล้วก็เจออะไรต่อมิอะไร เขาบอกว่าอย่างมีจุด เอาบุหรี่ไปจุดใส่กระถาง เพื่อที่ให้เหมือนแบบสัมภเวสีวิญญาณมาเป็นเหมือนการให้เขา แล้วบุหรี่มันฟูๆๆ แบบไฟลดเร็ว แบบลดเร็วมากเหมือนมีคนมาสูบจริงๆ เออ ซึ่งผมก็ไม่รู้พี่โขมจะโกหกผมทำไมเนอะ แล้วก็ไม่รู้จะเล่าให้ผมฟังทำไมเหมือนกัน ผมไม่ได้อยากรู้ แต่ว่ามันก็มีหลายเรื่องเลยที่คนเอามาเล่าให้ฟัง แล้วผมจะรู้สึกมาตลอดว่า โอ๊ย หนังผีที่มันผ่านมา หนังผีเรื่องนู้นเรื่องนี้ ทำไมโปรโมตหนังผีต้องมีเรื่องลี้ลับในกองวะอะไรเงี้ย ปั่นหรือเปล่าผมจะคิดแบบนี้มาตลอด แต่พอมาถ่ายจริงๆ ตัวผมเองก็เจอนิดนึงคือตอนแคส”

อาเล็ก “เรื่องที่เจอคือผมต้องแคส 5 ซีน แคสหนังเรื่องเนี้ย แล้ววันรุ่งขึ้น ตอนแคสเนี่ยเขาก็ให้ผมเช็กว่าเผื่อจะแก้อะไรอย่างงี้ ผมก็เช็กจากกล้องไปเรียบร้อย แล้ววันรุ่งขึ้น เขาโทรฯ บอกผู้จัดการว่าให้พี่อาเล็กไปแคสใหม่หน่อย เสียงมันหาย ผมก็เออมันอาจผิดพลาดทางเทคนิคแหละ แล้วก็วันที่ผมไปแคสเขาบอกว่า พี่เล็กขอโทษที่ต้องมาแคสใหม่ แต่ว่าซีนที่เสียงหาย หายแค่ 3 ซีน แล้วเป็น 3 ซีนที่มีผี แต่อีก 2 ซีนที่เสียงอยู่ครบอะ ไม่มีผี ผมก็เอาล่ะ มันตอนนั้นเราก็แอบขนลุกเหมือนกัน แต่ว่าก็คิดว่าก็อาจจะเป็นเรื่องเทคนิคก็ได้ แต่เราก็ไม่ลบหลู่ และขออนุญาตว่าเราทำเพื่อความบันเทิงเพื่อความสนุกสนานให้กับผู้ชมไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดี ก็ขอแล้วแคสใหม่อีกรอบก็ไม่มีอะไรนี่คือเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมเจอ”

“คือผมเชื่ออยู่แล้ว คือผมยังเป็นคนที่ไม่ตัดสินด้วยประสบการณ์ส่วนตัวแล้วกัน คือตัวผมไม่เคยเจอแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต แต่ว่าคนใกล้ตัวเจอ ก็มี คนที่เรารัก คนที่รักเรา เขาเจอก็มีอะไรเงี้ย เพราะฉะนั้นเราเองก็ไม่รู้ ตัวผมเองตอบไม่ได้ว่ามันมีจริงหรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่ามันมี (พอเราเล่าเรื่องอะไรแบบเนี้ย หน้าเราเริ่มซีด?) ตอนนี้เหรออาจจะเลียปากตัวเองแล้วกินลิปหรือเปล่า ในรายการ The Ghost ครั้งที่แล้วก็ด้วยเหมือนกัน อันนั้นบรรยากาศคือคุณผู้ชมต้องไปเห็น ใครที่กลัวผีต้องไปดูออฟฟิศของ The Ghost Radio Office พี่แจ็คครับ รูปเริบอะไรไม่รู้เต็มไปหมด แล้วก็ไปเล่าตอน 22.00-23.00 น. ผมเองก็เสพบรรยากาศพวกนั้นมาทั้งคืน แล้วพอไปนั่งฟังอีก ผมเองเป็นคนไม่ชอบฟังอะไรเงี้ยอยู่แล้ว ผมกลัว แต่เล่นหนังผี 2 เรื่องนะ (มีไปทำบุญแก้เคล็ดบ้างไหม?) จริงๆ ก็ต้องเดี๋ยวต้องหาโอกาสไป แต่พวกเรามีทำเรียกว่าบริจาคโลงศพไปตอนก่อนเปิดกล้องไปแล้วครับ แต่เอาจริงๆ คือพอถ่ายเรื่องนี้จบอะ “ข้างบ้าน” ผมรู้สึกว่ากลัวผีน้อยลง รู้สึกเหมือนกับว่าเราเริ่มชินกับสถานการณ์แห่งความน่ากลัว แต่ก็ไม่ได้หาย แต่เรารู้อยู่เต็มอกว่าตรงนั้นมันคือเซต แต่ว่าไม่รู้ว่าเจอจริงๆ ไม่เจอ ไม่เจอ อย่าเจอแล้วกันนะ”