จากกรณีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2568 ซึ่งมีสาระสำคัญหลายประเด็นโดยเฉพาะการห้ามขายห้ามดื่มในช่วง “เวลาต้องห้าม” คือ เที่ยงคืน-11.00 น. และ 14.00-17.00 น. และการลงโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งถูกคัดค้านจากสมาคมและผู้ประกอบการ เพราะส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แม้ว่า รมว.สาธารณสุข จะแถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมาและมีมติผ่อนผัน 6 เดือน โดยจะรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน 15 วัน ก่อนประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและเริ่มใช้ได้ในช่วงต้นเดือน ธ.ค. นี้ นั้น

เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 68 นายตระกูล เกิดก่อวงษ์ อายุ 43 ปี เจ้าของ ชค. 34 ร้านอาหารชื่อดัง ที่เปิดมาแล้วร่วม 40 ปี ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่ อ.แม่สอด เป็นพื้นที่แนวชายแดน บางครั้งมีลูกค้า นักธุรกิจ ชาวไทย และเมียนมา นั่งพูดคุย หารือกัน แล้วอยู่ๆ อาจจะต้องหยุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาดังกล่าว ดูจะไม่เหมาะสม บางครั้งลูกค้า อาจติดลมอยากนั่งดื่มต่อเนื่อง และเป็นช่วงเวลาทำงาน หารือพูดคุยธุรกิจ แล้วยังมาถูกปรับอีก ทั้งลูกค้าและร้านค้า

แต่หากห้ามจำหน่ายหลังเที่ยงคืน ก็พอเข้าใจ ว่าอาจเป็นเวลาพักผ่อน จึงอยากให้รัฐทบทวน โดยเฉพาะเมืองชายแดน เมืองท่องเที่ยว ควรอะลุ้มอล่วยกัน

ทั้งนี้ อยากจะฝากให้ไปแก้ไขกฎหมาย เรื่องเมาแล้วขับมากกว่า เช่น การเพิ่มโทษ เพื่อเป็นการลดการกระทำผิด หากเมาแล้วขับให้ติดคุกไปเลย ไม่ใช่มีข้ออ้างไม่ตรวจแอลกอฮอล์ เหมือนพวกรวยๆ ทำกัน.