เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นพ.วิชัย โชควิวัฒน กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมบอร์ดสปสช. เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมมีมติเสนอของบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ปีงบประมาณ 2570 ต่อที่ประชุมครม.วงเงินรวม 323,291.35 ล้านบาท โดยรวมเงินเดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบฯ ที่ผ่านมา 57,995.77 ล้านบาท (21.86%) โดยเป็นงบเหมาจ่ายรายหัวจำนวน 5,299 บาท/ประชากรผู้มีสิทธิ หรือเพิ่มขึ้น 1,123.01 บาท/ประชากรผู้มีสิทธิ อย่างไรก็ดี เมื่อหักเงินเดือนภาครัฐในระบบปกติจำนวน 74,968.64 ล้านบาทแล้ว จะเป็นจำนวนงบฯ ที่ให้ สปสช. บริหารทั้งสิ้น 248,322.72 ล้านบาท เพื่อดูแลประชากรผู้มีสิทธิจำนวน 47.17 ล้านคน

ส่วนงบค่าบริการนอกงบเหมาจ่ายรายหัว ภาพรวมทั้งหมดอยู่ 73,377.52 ล้านบาท โดยเสนอเพิ่มเติมจำนวน 6,409.81 ล้านบาท สำหรับรายการบริการ ดังนี้ ค่าบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ 4,846.13 ล้านบาท ค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 17,517.78 ล้านบาท ค่าบริการควบคุม ป้องกัน และรักษาโรคเรื้อรัง 1,575.12 ล้านบาท ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 1,490.29 ล้านบาท ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับการบริการระดับปฐมภูมิและหน่วยนวัตกรรม 5,202.88 ล้านบาท

ค่าบริการสาธารณสุขร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล เมืองพัทยา และกรุงเทพฯ 3,022.92 ล้านบาท ค่าบริการสาธารณสุขผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน 6,051.14 ล้านบาท ค่าบริการสาธารณสุขร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 537.41 ล้านบาท เงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้รับบริการและผู้ให้บริการ 260.20 ล้านบาท และค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคทั่วไป 32,833.66 ล้านบาท

สำหรับในส่วนกรอบวงเงินสำหรับยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษที่ให้เครือข่ายหน่วยบริการด้านยาและเวชภัณฑ์จัดหาให้ปีงบฯ 2570 อาทิ ยาจำเป็น (ยา จ.2 ยา CL ยากำพร้า ยาต้านพิษ) ยาวัณโรค สายสวนหัวใจ ชุดประสาทหูเทียม รากฟันเทียม ถุงทวารเทียม ชุดยางรัดเส้นเลือดขอดในหลอดเลือดดำ ยาเอชไอวี น้ำยาล้างไตผ่านช่องท้อง วัคซีน ถุงยางอนามัย และยาฮอร์โมนเพื่อยืนยันเพศสภาพ เป็นต้น รวมเป็นงบฯ 12,253.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 278.90 จากปีที่ผ่านมา

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสปสช. กล่าวว่า การจัดทำงบฯ บัตรทองปีงบ 2569 ดำเนินการภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ร่วมกับยุทธศาสตร์ แผนพัฒนา แผนปฏิรูปประเทศ นโยบายรัฐบาล/รมว.สาธารณสุข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 แผนปฏิบัติราชการ สปสช. ฉบับที่ 5 (ทบทวนปี 2568) และผลการรับฟังความคิดเห็นและการหารือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มีการคำนึงถึงต้นทุนบริการที่เหมาะสม อัตราเงินเฟ้อ ประชากรที่เปลี่ยนแปลง ปริมาณบริการที่เพิ่มขึ้น การสนับสนุนนโยบายรัฐบาล สิทธิประโยชน์ใหม่ เทคโนโลยีทันสมัยและสิ่งแวดล้อม และเพิ่มคุณภาพบริการให้กับประชาชน ซึ่งปีงบฯ 70 มีรายการที่ปรับปรุงการคำนวณ อาทิ ผู้ป่วยนอกใช้ต้นทุนจากการวิเคราะห์ต้นทุน Quick Method ใช้ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ปี 2565-2567 การปรับต้นทุนบริการผู้ป่วยใน อัตรา 10,000 บาทต่อ AdjRW ผลงานบริการแพทย์แผนไทยที่คาดการณ์เพิ่มขึ้น ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังคาดการณ์เพิ่มขึ้น 10,574 ราย เป็นต้น และยังมีบริการใหม่ อาทิ การใช้เครื่องช่วยการเต้นของหัวใจถาวรแบบไร้สายในผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดปกติชนิดหัวใจเต้นช้า, บริการดูแลผู้ป่วยประคับประคองในโรงพยาบาล กรณีย้ายจากหอผู้ป่วยวิกฤติ, หัตถการใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน ชุดประสาทหูเทียมชนิดฝังก้านสมอง นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ การเอกซเรย์เต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม และบริการแพทย์ขั้นสูงและนวัตกรรมไทย.