เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช…. รัฐสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุว่า หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือรัฐสภาส่งเรื่องการทำประชามติมายัง กกต. ช้ากว่าวันที่ 15 ธ.ค. อาจทำให้ไม่สามารถจัดให้มีการลงประชามติพร้อมวันเลือกตั้งได้นั้น ดูเหมือนจะมีความคลาดเคลื่อนในการคำนวณเวลาอยู่พอสมควร เพราะทางนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ได้คำนวณเส้นตายไว้ชัดเจนแล้ว ว่า กรอบเวลาจริงไปสิ้นสุดที่วันที่ 30 ธ.ค.
นายจาตุรนต์ ระบุต่อว่า อย่างไรก็ตามคำเตือนของ กกต.ทำให้ทุกฝ่ายต้องกลับมาช่วยกันคิดอย่างจริงจังว่าจะเร่งรัดแต่ละขั้นตอนอย่างไรเพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเดินไปให้ทัน และสามารถจัดให้มีการทำประชามติสองคำถามในวันเดียวกับวันเลือกตั้งได้ ตัวเลขวันที่ 15 ธ.ค. ในความเป็นจริง จึงเหลือความหมายสำคัญเพียงประเด็นเดียว คือใช้เป็นหมุดหมายสำคัญทางการเมือง สำหรับช่องทางที่ ครม. จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นเอง ครม.สามารถมีมติได้ตั้งแต่ตอนนี้ ให้ กกต.จัดให้มีการลงประชามติในคำถามที่ 1 ว่า ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หาก ครม. กดปุ่มเรื่องนี้เร็วเท่าใด เวลาที่ กกต.จะใช้เตรียมการจัดประชามติก็จะมากขึ้นเท่านั้น และโอกาสที่จะทำให้ประชามติคำถามที่ 1 จัดพร้อมกับวันเลือกตั้งก็จะยิ่งเป็นไปได้มากขึ้น

นายจาตุรนต์ ระบุอีกว่า พร้อมกันนี้ยังมีอีกหนึ่งช่องทางที่จะนำไปสู่การลงประชามติในคำถามที่ 1 ได้ นั่นคือให้รัฐสภามีมติร้องขอให้จัดให้มีการทำประชามติตามแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ ช่องทางนี้จำเป็นต้องรอให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปจนถึงวาระ 3 เสียก่อน เมื่อรัฐสภาลงมติวาระ 3 เห็นชอบกับร่างแก้ไข และมีมติเห็นชอบให้ร้องขอทำประชามติคำถามที่ 1 ด้วย ประธานรัฐสภาก็จะส่งเรื่องไปยัง ครม.เป็น 2 เรื่องพร้อมกัน คือ ขอให้ทำประชามติในคำถามที่ 1 และขอให้จัดทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 3 ซึ่งจะเป็นคำถามที่ 2 ทั้งกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นหลังจากวาระ 2 เสร็จสิ้นแล้ว 15 วัน หรือราววันที่ 26 ธ.ค.
นายจาตุรนต์ ระบุต่อว่า โดยสรุปแล้วสิ่งที่ต้องเดินหน้า ได้แก่ 1.ครม.ควรเร่งมีมติให้มีการจัดทำประชามติคำถามที่ 1 โดยเร็วที่สุด 2.เมื่อรัฐสภาเห็นชอบในวาระที่ 3 ประธานรัฐสภาจะต้องส่งเรื่องให้ ครม. หรือ กกต.จัดให้มีการทำประชามติตามมาตรา 256 (8) ซึ่งจะเป็นคำถามที่สอง และ 3.รัฐสภาอาจใช้ช่องทางมติเสียงข้างมากร้องขอให้ ครม.จัดทำประชามติในคำถามที่ 1 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีผลผูกพันรัฐสภาอย่างชัดเจน
“ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้จริงต่อเมื่อการยุบสภาเป็นไปตามกำหนดเดิมคือในวันที่ 31 ม.ค.69 ไม่ถูกเร่งให้สั้นลงจนทำให้กระบวนการประชามติทั้ง 2 คำถามไม่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง” นายจาตุรนต์ ระบุ


