จับท่าที “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ถึงการยุบสภา ยืนยันรัฐบาลชุดนี้ไม่เกินวันที่ 31 ม.ค. 69 ตอนนี้มีสถานการณ์อะไรต่างๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอให้พวกเราทุกคนไปช่วยพี่น้องประชาชนบรรเทาทุกข์เอาเขาออกจากความทุกข์ร้อน เอาเขากลับบ้านฟื้นฟูคืนบ้านเมืองให้เขา หายใจอีกแป๊บเดียวก็ยุบสภาแล้ว เมื่อถามว่า ล่าสุดพรรคเพื่อไทย (พท.) แสดงท่าทีจะไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตอนนี้ นายอนุทิน ยิ้ม ก่อนกล่าวว่า ถ้ายุบสภาช่วงที่มีภัยพิบัติเรื่องฉุกเฉินต่างๆ รัฐบาลจะทำงานช่วยเหลือประชาชนลำบาก แต่ถ้าเกิดมีความจำเป็น หากไม่มีทางเลือกมันก็ไม่มีทางเลือก เราก็ต้องมีความพร้อม

อาจจะตีความได้ 2 ทางเลือกคือ 1. พร้อมที่จะรับมือกับศึกซักฟอก 2. หากไม่มีทางเลือก เราก็ต้องพร้อมในการรับมือศึกซักฟอก หรือความพร้อมในเรื่องการยุบสภา ดังนั้นก็คงต้องรอดู ในที่สุดถ้าหากพรรคฝ่ายค้านไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) เตรียมจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วาง ท่าทีของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร แต่จากนี้ไปจนถึงวันที่ 12 ธ.ค. เหลือเวลาอีก 9 วัน จากปัญหาที่รัฐบาลต้องรับมือกับการฟื้นฟูมหาอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ และพื้นที่ภาคใต้ เชื่อว่าการยุบสภาไม่เกิดขึ้นแน่ๆ อย่างไรก็ตาม ยังมีวาระสำคัญการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ซึ่งจะมีการเปิดสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาในวาระ 2 วันที่ 10-11 ธ.ค. จากนั้นจะมีการเปิดสภาสมัยสามัญ นอกจากนี้ยังกำหนดให้วันที่ 26 ธ.ค. จะมีการลงมติแก้ไข รธน. คงต้องวัดใจ “เพื่อไทย” (พท.) จะยื่นซักฟอกเมื่อไหร่

ด้าน “นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวตอบคำถามสื่อ หากพรรคยื่นซักฟอกเป็นเหตุให้รัฐบาลยุบสภา จะไม่สามารถเยียวยาดูแลประชาชนที่ประสบผลกระทบจากน้ำท่วมได้ ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หากเป็นนักการเมืองที่อยู่ในระบบประชาธิปไตย และมีประสบการณ์ทำงานด้านการบริหารจะไม่พูดในลักษณะนี้ออกมา เพราะไม่ใช่เรื่องการโยนความผิดใส่คนอื่นเป็นความล้มเหลวของตน

“เรื่องกระบวนการยื่นซักฟอกเป็นการตรวจสอบ ไม่มีเหตุใดๆ ที่รัฐบาลจะต้องยุบสภาเพื่อหนีการซักฟอก เพราะฉะนั้นหากพรรคเพื่อไทยยื่น รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการตอบเท่านั้น สภามีหน้าที่ในการตัดสินใจรับรองให้ดำเนินการในฐานะภารกิจรัฐบาลต่อหรือไม่ เป็นไปตามกลไกและไม่มีเหตุใดที่จะมาอ้าง และหนีจากกระบวนการในการตรวจสอบ ผมมองว่าคนที่พูดเช่นนั้นอาจไม่เข้าใจกลไกตามระบบประชาธิปไตยจึงได้พูดคำนี้ออกมา”

“นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร” สว. ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) กล่าวถึงการส่งร่างแก้ไข รธน. ให้วุฒิสภาพิจารณา ก่อนเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ว่า ในการประชุมคณะ กมธ.วิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) วันที่ 3 ธ.ค.นี้ จะเสนอให้จัดประชุม อธิบายเนื้อหาการแก้ไข รธน.ให้ สว.เข้าใจ ก่อนเปิดประชุมวิสามัญฯ วาระ 2 วันที่ 10-11 ธ.ค.นี้ เพราะบางประเด็นมี สว.หลายคนเป็นห่วงอยู่ เชื่อว่าเนื้อหาแก้ไข สามารถเห็นพ้องต้องกันได้ คาดว่า วาระ 2 น่าจะผ่านได้ ส่วนกระแสข่าวนายกฯ อาจยุบสภา วันที่ 12 ธ.ค.นี้ จะกระทบการแก้ รธน.นั้น การยุบสภาอาจต้องคิดใหม่อีกที ขณะนี้มีสถานการณ์น้ำท่วม ต้องการรัฐบาลมีอำนาจเต็มบริหารและเยียวยาความเสียหาย เป็นงานใหญ่ไม่ต่างจากการผลักดันแก้ไข รธน. ขอให้ผ่านพ้นเรื่องนี้ไปก่อน หากสถานการณ์ดีขึ้น นายกฯ จะยุบสภาก็ไม่สายเกินไป ประชาชนไม่อยากให้เอาการเมืองมาเล่นการเมือง กระทบความเสียหายและเยียวยาต่อประชาชน

เมื่อถามว่า สว. อาจเล่นเกมวาระ 2 หรือ 3 ทำให้ รธน. ไม่ผ่าน นายนรเศรษฐ์ กล่าวยอมรับว่า มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในการเมืองไทย เป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของ กมธ. อยากให้ประชาชนส่งเสียงอย่าให้การเล่นเกมการเมืองเป็นอุปสรรคการแก้ปัญหาให้ประชาชน ตอนนี้ส่งสัญญาณมากมายจะยุบสภา ประชาชนจับตาดู อาจสร้างความไม่พอใจให้ประชาชนได้

ส่วนกระแสความนิยมของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ภายหลังเจอปัญหามหาอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด้าน “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงกรณีนิด้าโพลเผยผลสำรวจคะแนนความนิยมของพรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่ภาคใต้ลดลง ว่า ไม่เป็นไร ให้เป็นไปตามโพล ตอนนี้การแก้ปัญหาวิกฤติถือเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่า โพลก็ส่วนโพล เราไม่สนใจ ขอเอาการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้ก่อน เมื่อถามว่า ยังมั่นใจกระแสในพื้นที่ภาคใต้อยู่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังมั่นใจอยู่ เมื่อถามว่า กระแสของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เหมือนจะดึงให้คะแนนพรรคเพิ่มขึ้นมากังวลหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่กังวล ที่จริงคนใต้ก็มีกระแสของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ดังนั้นโพลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องของโพล เรามีหน้าที่คือทำงานให้เต็มที่

ขณะที่ “นายสุชาติ ชมกลิ่น” รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประสานงานกับ นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มชลบุรี เพื่อจัดวางตัวผู้สมัคร สส. ใน จ.ชลบุรี ว่า ได้นัดหมายพูดคุยกับนายสนธยา เมื่อ 2-3 วันที่แล้ว เพื่อหารือถึงการวางตัวผู้สมัคร สส. ใน จ.ชลบุรี ว่า ใครเหมาะสมที่จะลงสมัครในเขตไหน ทั้งนี้ ตนและ นายสนธยา มาจากที่เดียวกัน และอยู่ด้วยกันนานหลายสิบปี แต่เราอยู่คนละพรรค เราก็ต้องหารือร่วมกัน ในเรื่องความเป็นจริงว่าใครถนัดพื้นที่ไหน ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุชาติ จะยึดพื้นที่เดิม ตามที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าถนัดในโซน อ.พานทอง จะยึดตามนั้นหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า จะพูดแบบนั้นก็คงไม่ได้ เพราะเราทำงานการเมืองกับ นายสนธยา มายาวนาน บังเอิญอยู่คนละพรรคกัน แข่งขันกัน แต่วันนี้เรามีเจตนารมณ์ อยู่พรรคเดียวกัน ก็จะมาแบ่งโซนกันว่าใครถนัดโซนไหน ตามสภาพพื้นที่ เราไม่สามารถโกหกได้ เพราะเราคนชลบุรีด้วยกัน โกหกไม่ได้รู้อยู่แล้วว่า ใครทำงานพื้นที่ และรู้อยู่แล้วว่าประชาชนเขตไหน ให้ความรักและเคารพมากกว่ากัน

เมื่อถามว่าท่าทีของ นายสนธยา ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยเขต 1 นายสุชาติ กล่าวว่า นายสนธยา คุยกับตนได้ โดยดูที่ความเหมาะสม ทั้งนี้ นายสนธยา เกรงกลัวว่าถ้าให้คนอื่นลงแล้วทำพื้นที่จะสู้เขาไม่ได้ นายสนธยามองที่เป้าหมายผลลัพธ์มากกว่า อย่างไรก็ตาม เราต้องการให้พรรคภูมิใจไทย ใน จ.ชลบุรี เป็นหนึ่งเดียว ต้องการให้ได้ สส.เยอะที่สุด คิดว่าจะหารือกันจบได้ภายใน 1-2 วันนี้ เมื่อถามอีกว่าจะแบ่งกันคนละครึ่งตามที่เคยพูดหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า คงไม่มากขนาดนั้น แต่จะเอาตัวเลขมากางบนโต๊ะว่า ใครเหมาะสมกับพื้นที่ตรงไหน ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีสัญญาณการยุบสภาจากนายกฯ หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ยังไม่มี คิดว่าสถานการณ์ขณะนี้ ต้องไปถามฝ่ายค้านมากกว่า แต่ตนทำงานทุกวันอยู่แล้ว

“พรรคภูมิใจไทย” ยังคงมั่นใจในกระแสความนิยมของพรรค แม้จะเผชิญกับมหาอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้

งานนี้คงต้องรอดูว่า หลังการออกมาตรการเยียวยา และผลักดันมาตรการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ต่างๆ จะทำให้ประชาชนพอใจมากขนาดไหน.

“ทีมข่าวการเมือง”