เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมี โดยมีเนื้อหาว่าด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้บัญญัติให้มีการกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและจำนวนเขตเลือกตั้ง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 86 และมาตรา 224 (1) ของรัฐธรรมนูญ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 26 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 22 (2) แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 43 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 และประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2567 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงออกประกาศให้ทราบเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้ง ดังนี้ 1. จำนวนราษฎรสัญชาติไทยทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2567 มีจำนวน 64,953,661 คน 2. จำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 162,384 คน ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน 3.จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด มีดังนี้
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้งมากที่สุดกรุงเทพมหานคร 33 เขต รองลงมา นครราชสีมา 16 เขต จังหวัดที่มี 11 เขต ประกอบด้วย ขอนแก่น และ อุบลราชธานี จังหวัดที่มี 10 เขต ประกอบด้วย เชียงใหม่, ชลบุรี, บุรีรัมย์, อุดรธานี จังหวัดที่มี 9 เขต ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช, ศรีสะเกษ, สงขลา จังหวัดที่มี 8 เขต ประกอบด้วย สุรินทร์, ร้อยเอ็ด, สมุทรปราการ, นนทบุรี ,ปทุมธานี จังหวัดที่มี 7 เขต ประกอบด้วย ชัยภูมิ, สกลนคร, เชียงราย ,สุราษฎร์ธานี
จังหวัดที่มี 6 เขต ประกอบด้วย นครสวรรค์, นครปฐม, มหาสารคาม, เพชรบูรณ์, กาฬสินธุ์ จังหวัดที่มี 5 เขต ประกอบด้วย กาญจนบุรี, พระนครศรีอยุธยา, พิษณุโลก, ราชบุรี, ระยอง, สุพรรณบุรี, นราธิวาส,ปัตตานี จังหวัดที่มี 4 เขต ประกอบด้วย กำแพงเพชร, ฉะเชิงเทรา, ตรัง, นครพนม, ลำปาง, เลย, สมุทรสาคร, สระบุรี, ลพบุรี,สุโขทัย จังหวัดที่มี 3 เขต ประกอบด้วย กระบี่, จันทบุรี, ชุมพร, น่าน, บึงกาฬ, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พัทลุง, พิจิตร, เพชรบุรี, แพร่, พะเยา, ภูเก็ต, ยโสธร, ยะลา, หนองคาย, หนองบัวลำภู, สระแก้ว, อุตรดิตถ์ , ตาก
จังหวัดที่มี 2 เขต ประกอบด้วย
นครนายก, พังงา, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, อ่างทอง, อำนาจเจริญ, อุทัยธานี, สตูล, ลำพูน ,ชัยนาท และจังหวัดที่มี 1 เขต ประกอบด้วย ตราด, ระนอง, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 86 บัญญัติว่า การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่งเขตเลือกตั้ง (1) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งเฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 350 คน จำนวนที่ได้รับให้ถือเป็นจำนวนราษฎรต่อสมาชิก 1 คน ดังนั้นหากมีการยุบสภาภายในปี 2568 กกต.ก็จะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง แต่หากถ้ามีการยุบสภาในปี 2569 ก็จะต้องใช้จำนวนประชากรที่สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครองจะประกาศ ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568 เป็นฐานในการแบ่งเขตใหม่และคิดคำนวณจำนวนสส.พึ่งมีแต่ละจังหวัดใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อกกต.จะได้นำมาใช้ในการจัดการเลือกตั้ง.



