กีฬาภูมิภาค “ซีเกมส์” กับการเป็นเจ้าภาพของไทย ควรจะเป็นแค่ “ขนมหวาน” จัดสบายๆ สบัดนิ้วก็ผ่านไปด้วยดี ก็แค่ 11 ชาติ จะยากอะไร
นี่คือความคิด และความคาดหวังของคนไทย
แต่ในความเป็นจริงช่างห่างไกล
ยิ่งใกล้(แข่ง) ยิ่งเจ็บ
และไม่ต้องไปขุดให้มาก กับเรื่องที่ผ่านมา
เอาแค่วันอังคารวันเดียว ก็อ่วมอรทัย
เรื่องแรก แรงมาก “ต้น” เรืองฤทธิ์ สันติสุข นักออกแบบภาพและแสงงานคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ โพสต์ “แฉ” ว่า เขาเตรียมงานพิธีเปิด-ปิดมา 7 เดือนแต่โดนเท

มีทีมใหม่มาทำเมื่อกลางเดือน ต.ค. แล้ว
เล่าว่า มีพี่ที่นับถือ โทรมาชวนไปเป็นไดเรคเตอร์ ออกแบบพิธีเปิดและปิดเทศกาลกีฬาซีเกมส์ ทีแรกก็คิดนาน เพราะไม่เคยทำงานกับภาครัฐ และไม่แน่ใจว่าจะต้องเจอกับอะไร แต่สุดท้าย ก็ไม่เจอเหตุผลที่จะปฏิเสธโอกาส ที่งานระดับนี้มีทางเลือกใหม่ๆ จากคนใหม่ๆ ซึ่งเริ่มต้นทีมงานมี 4 คน และได้ออกแบบสร้างภาพจำลองเวที วางรูปแบบโชว์ และนำเสนอผู้ใหญ่ ทีละขั้น ทีละตอน จนผ่านไปได้ด้วยดี ผู้ใหญ่ชอบ พาไปพบผู้ที่ใหญ่กว่า ไฟเขียวให้เริ่มงานได้
กลางเดือน กค. ต่อสู้กับงบประมาณที่จำกัด(น้อยกว่างานสงกราxxที่สนามหลวง และงานวิ่งช่วงเวลาเดียวกัน) และเมื่อย้ายสถานที่จากสนามหลวง ไปราชมังคลากีฬาสถาน รูปแบบงานอาจจะไม่ดีงามอย่างที่หวัง แต่ตัดสินใจทำต่อและเริ่มออกแบบใหม่หมด เริ่มเข้าวัดพื้นที่ เป็นที่พอใจทุกฝ่าย
“เราเรียกแต่ละทีมมาคุยปรับความเข้าใจ และร่วมสร้างงานกันต่อ กระเทยไม่ได้เข้าสนามหลวงแล้ว แต่ก็ยังมีหน้ามีตาในสังคมได้รับการยอมรับให้มีโชว์ในพิธีเปิด นักร้องแรพสาวที่โดนห้ามมาหลายรอบ ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ศิลปมวยไทยที่แสนจะหวงแหนจะได้นำมาใช้ในรูปแบบใหม่ๆ โชว์จากศิลปินที่สู้เพื่อวัตนธรรมมายาวนานจะได้เป็นโชว์ใหญ่ก่อนจุดคบเพลิง”
จนปลายกันยายน รัฐบาลใหม่เข้ามา เริ่มกลิ่นไม่ดี เช่น ศิลปินบางคนที่โทรไปถามคิว ก็แจ้งว่ามีทีมซีเกมส์อีกทีมโทรมาเช็คคิวเช่นกัน จนต้น ต.ค. มีโทรศัพท์แจ้งว่า มีทีมซีเกมส์จากทีมผู้ที่ใหญ่กว่าคนใหม่ เข้ามาดูสถานที่ราชมังคลากีฬาสถาน และประชุมกับผู้ใหญ่คนเดิมอยู่ เมื่อสอบถามไป แต่ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน รอ 2 สัปดาห์ จึงแจ้งทางผู้ใหญ่ไปว่า ถ้าไม่ได้คำตอบทางทีมจะขอหยุดการทำงาน และปล่อยคิวศิลปิน และทีมงานทุกท่าน เพื่อให้สามารถรับงานอื่น เนื่องจากไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงจนกลางต.ค.ทางทีมหยุดการทำงาน และจนถึงปัจจุบันก็ไม่ได้รับการยกเลิกหรือยืนยันใดๆจากทางผู้ใหญ่นั้น
นั่นเป็นข้อความโดยรวมของ เรืองฤทธิ์ สันติสุข ที่เรียกกระแสดราม่า และทำให้คนเริ่มหลับตาจินตนาการถึงภาพพิธีเปิด-ปิด…จะออกมาอย่างไร

นอกจากนั้นยังมีเรื่องเดิมๆ ทวงเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา อริศรา นุ่นเอียด หรือ มงกุฎเพชร เพชรพราวฟ้า นักมวยไทยทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โพสต์ถามถึงเงินเบี้ยเลี้ยงซีเกมส์ ที่กำลังจะเริ่ม
ที่ตลกร้ายคือ มงกุฎเพชร เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ถูกดึงเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซีเกมส์ นำภาพเธอไปโปรโมตยังสถานที่ต่างๆ
“ตอนแรกบอก 5 วันไม่เกิน 7 วันมั้ง บอกอาทิตย์นี้อาทิตย์นี้ออกแน่นอนก็ยังเงียบไม่เห็นมีอะไรเลยค่ะตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 10 วันจนจะแข่งแล้วนะคะท่านผู้ใหญ่จะไห้พวกหนูเอากำลังใจมาจากไหนไปแข่งค่ะ พวกหนูก็มีภาระที่จะต้องใช้จ่ายนะคะพี่บางคนก็มีลูกมีครอบครัวยิ่งภาระเยอะค่ะ เห็นใจพวกหนูด้วยนะคะ”

ไหนจะเรื่องธงชาติผิด ในกราฟฟิกของฝ่ายจัด ชื่อไทยธงเวียดนาม, ชื่ออินโด ธงลาว
เพจทางการ นำเสนอโปรแกรมชิงเหรียญทองด้วยความภูมิใจว่าเสร็จแล้ว แต่เป็นแค่ตารางโบราณๆ
ทั้งที่เว็บไซต์การแข่งขันต้องมี ต้องเร็ว ต้องชัด มาตั้งนานแล้ว

แถลงข่าวบอล ทีมเวียดนามออกมาตำหนิ เจอรถติด เดินทางไปซ้อมได้แค่ 40 นาที เอาหล่ะ คุณออกมาช้าเอง แต่เรื่องแบบนี้ควรมีคนประสานงาน อย่าให้เรื่องเกิด จนเค้าโวยวาย เพราะสื่อของเขา พร้อมขยี้อยู่แล้ว
… อืม เรื่องอะไรอีกล่ะ เหมือนก่อนพิมพ์ คิดไว้เยอะ
…อ้อ บัตร AD CARD ของสื่อมวลชน

เมื่อวานมีเผยแพร่ว่าเสร็จแล้ว ทั้งที่จะเริ่มแข่งวันนี้ (ฟุตบอล)
สมัยก่อนนักข่าวบินถึงประเทศเจ้าภาพ เต็มที่ก็ไปศูนย์สื่อมวลชนเพื่อรับบัตร ยิ่งสมัยนี้บัตรสื่อมวลชน ต้องส่งไปแต่ละประเทศล่วงหน้าเป็นเดือน เพื่อถือมาลงทะเบียนที่สนามบิน จบขั้นตอนเข้าไปทำงานได้เลย
แต่นี่ 1 วันก่อนเตะ เพิ่งปรินท์ นักข่าวไทยชะเง้อรอ เอาไงๆ นักข่าวต่างชาติยิ่งกว่า บินมาถึงไม่มีบัตร แล้วติดต่อใคร จะเสร็จไหม
ตรงนี้สำคัญ สื่อมวลชนคือกระบอกเสียง เมื่อเขามาถึง ควรให้เกิด first impression ความประทับใจแรก
แต่กลับสร้างความหงุดหงิดให้เขาแต่แรก กับสิ่งพื้นฐานที่ไม่ได้ซับซ้อนยุ่งยากอะไรเลย
เริ่มต้นไม่ดี แนวโน้มกระแสมันจะยิ่งดึงไปในทางไม่ดี หาประเด็น หาข่าวไปขยี้
นี่ยังไม่เริ่มนะ
เวลาจากนี้จะทำอย่างไรให้ “ตีตื้น” สร้างความประทับใจ ดึงไปทางบวกขึ้นมาบ้าง
แต่เป็นโจทย์ยากมาก
นี่ยิ่งใกล้แข่ง ยังยิ่งเจ็บขนาดนี้
เส้นทางอีกยาว ดูแล้วน่าจะมีอะไรให้เจ็บกว่านี้เยอะ.
วุฒินล



