สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ว่า จีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตแร่ธาตุหายากรายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศมาตรการใหม่เกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุ เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา
แร่ธาตุดังกล่าวถูกใช้ในการผลิตแม่เหล็กที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และการป้องกันประเทศ แต่ความเคลื่อนไหวของจีน สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดและห่วงโซ่อุปทาน จนกระทั่งต่อมา รัฐบาลปักกิ่งระบุว่าจะระงับมาตรการควบคุมการส่งออกเป็นเวลา 1 ปี
The EU on Wednesday releases its plan to try to end the 27-nation bloc's dependence on China for rare earths, as Beijing's stranglehold threatens key industries. https://t.co/5bhedFwUgy
— The Japan Times (@japantimes) December 3, 2025
ด้านนายสเตฟาน เซฌูร์น หัวหน้าภาคอุตสาหกรรมของอียู เรียกร้องให้กลุ่ม “ยกระดับต่อต้าน” สิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “กลโกง” ของรัฐบาลปักกิ่ง โดยแผนการใหม่จะผลักดันให้อียูเร่งการจัดซื้อวัตถุดิบสำคัญร่วมกัน ซึ่งรวมถึงแร่ธาตุหายาก เร่งการผลิตและการรีไซเคิลในยุโรป ทำงานร่วมกับพันธมิตรที่เชื่อถือได้ และสรุปความร่วมมือใหม่
นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารของอียูจะเสนอให้จัดตั้ง “ศูนย์วัตถุดิบสำคัญแห่งยุโรป” ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นศูนย์การการจัดหาวัตถุดิบของอียู โดยมีรูปแบบการดำเนินงานคล้ายคลึงกับบริษัทน้ำมัน ก๊าซ และโลหะแห่งชาติของญี่ปุ่น (เจโอจีเอ็มอีซี) ที่บริหารโดยรัฐบาลโตเกียว
อนึ่ง อียูพบว่าตนเองถูกบีบอยู่ระหว่างข้อจำกัดของจีน และสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงระดับทวิภาคีในทุกด้าน เพื่อรักษาอุปทาน
ขณะที่งานศึกษาซึ่งเผยแพร่โดยหอการค้าสหภาพยุโรปในจีน ระบุว่า ประเทศสมาชิกอียู 60% คาดว่าจะเกิดการชะงักงันในห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากข้อจำกัดที่รัฐบาลกำหนด และสัดส่วน 13% กังวลว่าพวกเขาอาจต้องระงับหรือชะลอการผลิต.
เครดิตภาพ : AFP



