“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า แม้ว่าการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 กำหนดแข่งขันอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค. 68 แต่ก็มีกีฬาหลายชนิด เริ่มการแข่งขันล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้โปรแกรมการแข่งขันอัดแน่นจนเกินไป ทำให้บรรยากาศของการชิงชัยค่อย ๆ คึกคักขึ้นตามลำดับแล้ว

ทั้งนี้ จากการสำรวจความพร้อมของสนามต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร รวมถึงที่จังหวัดชลบุรี และสนามย่อยในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งสนามในกรุงเทพฯ และชลบุรี รองรับการย้ายสนามมาจากสงขลา ที่ประสบปัญหาอุทกภัยด้วย ทุกสนามถือว่าได้มาตรฐาน พร้อมใช้แข่งขัน และต้อนรับแฟนกีฬา ล่าสุด ภายในสนามกีฬาหัวหมาก เช่น ราชมังคลากีฬาสถาน ที่ใช้ในพิธีเปิดและแข่งขันฟุตบอล พร้อมใช้งาน 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสระว่ายน้ำ การติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็พร้อมแล้ว เช่นเดียวกับอินดอร์สเตเดียม หัวหมาก และสนามอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเอ็กซ์ตรีม, ยิงปืน, ยิงธนู และปีนหน้าผา ก็มีความพร้อมทั้งหมด” ดร.ก้องศักด กล่าว

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า กกท. ยังได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการ “ชิม ช็อป เชียร์” ซึ่งเป็นโครงการที่นำของดี ของขึ้นชื่อจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ มารวมเอาไว้ในจังหวัดเจ้าภาพที่จัดการแข่งขัน ให้บริการประชาชนที่เดินทางมาชมกีฬาในทุกสนาม เพื่อเป็นการสนับสนุนสินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งอาหารและสิ่งของเครื่องใช้ โดยทั้งหมดจะเป็นผู้ประกอบการที่กระทรวงพาณิชย์ คัดกรองมาแล้วว่ามีคุณภาพ

“เรามีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากมาย เฉพาะที่บริเวณรอบอินดอร์ สเตเดียม ภายใน กกท. หัวหมาก มีเกินกว่า 30 ร้านแล้ว นอกจากนี้ยังมีที่ชลบุรี และจังหวัดอื่น ๆ ที่ร่วมจัดซีเกมส์ เช่น ปทุมธานี, ราชบุรี และนครปฐม โดยจะคัดเอาของขึ้นชื่อจากท้องถิ่น มาเผยแพร่สู่สายตาชาวอาเซียน ถือว่าเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยผู้ประกอบการในช่วงซีเกมส์ 2025 รวมไปถึงอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 ม.ค. 2569 ที่นครราชสีมา อีกทางด้วย” บิ๊กก้อง ย้ำ



