เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดและอายัดทรัพย์นายเฉิน จื้อ นักธุรกิจกัมพูชาเชื้อสายจีน และนายก๊ก อาน นักธุรกิจและสมาชิกวุฒิสภากัมพูชา รวมทั้งเครือข่ายของนายเบน สมิธ รวมกว่า 10,000 ล้านบาท ว่า การที่ ปปง. ดำเนินการกับนายเบน สมิธ หมายความว่า ปปง. มองว่ามีความเชื่อมโยงกับความผิดมูลฐาน ซึ่งสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นข้อมูลให้ ปปง. คือความโยงใยธุรกรรม เราจึงหวังว่า ปปง. จะเดินหน้าต่อ และป้องกันไม่ให้เกิดการโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สิน และขยายผลไปสู่คนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ขอตั้งคำถามไปถึงรัฐบาลว่ากรณีของอดีตทีมที่ปรึกษาหรือทีมกฎหมายของบุคคลคนนี้ ยังมีตำแหน่งในรัฐบาลต่อไปนั้น มีความเหมาะสมหรือไม่

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่เป็นแค่จุดเริ่มต้น เพราะจากฐานความผิดที่ปรากฏชัดแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปปง. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สามารถสืบตามหลักฐานที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นไว้ เพื่อขยายวงไปสู่การตรวจสอบธุรกรรมที่มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยของบุคคลอีกจำนวนมาก ซึ่งหลักฐานที่พรรคนำส่งไปนั้น ไม่ได้มีเพียงชาวต่างชาติ 3 คนนี้ แต่เกี่ยวโยงไปกับคนไทยและบุคคลสาธารณะอีกหลายคนด้วย ดังนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการ และที่สำคัญที่สุด คือเพื่อป้องกันการโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สิน หุ้น และเงินทองจากบัญชีเหล่านี้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีหลักฐานด้วยว่าขณะนี้มีความพยายามที่จะโยกย้ายทรัพย์สินอย่างเร่งด่วน โดยทางพรรคจะส่งหลักฐานเหล่านี้เพิ่มเติมให้ ปปง. และ ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่อง

“ถือเป็นการช่วยกันทำงาน เพื่อป้องกันระบบเศรษฐกิจระบบการเงินตลาดทุนของเราให้ปลอดจากสแกมเมอร์ ภัยจากมิจฉาชีพ และเพื่อคืนความเชื่อมั่นและศักดิ์ศรีกลับคืนมาให้กับระบบเศรษฐกิจตลาดเงิน และตลาดทุนของประเทศไทย วันนี้ถือว่าเป็นแค่จุดเริ่มต้น ที่ยังมีความจำเป็นที่ต้องขยายวงออกไปจาก 3 บุคคลนี้อย่างรวดเร็วด้วย” นายกรณ์ กล่าว.