“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” ตรวจสอบข้อมูลการชำระค่าโดยสารด้วยบัตร EMV Contactless (Europay Mastercard and Visa) ทางเลือกเพิ่มเติมในความสะดวกรวดเร็วจากการชำระผ่านบัตรโดยสาร หรือเหรียญในการใช้บริการรถไฟฟ้า ขณะนี้มีผู้โดยสารชำระด้วย EMV เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 15-20% หรือประมาณ 200,000—300,000 คน ของจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดประมาณ 1.49 ล้านคนต่อวัน

คาดว่าจำนวนผู้ใช้บัตร EMV จะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากใช้มาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน นำร่องสายสีม่วงและสายสีแดงตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2568 ได้รับสิทธิ์เฉพาะผู้ที่ใช้บัตร EMV เท่านั้น และในอนาคตรัฐบาลมีนโยบายใช้มาตรการกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ทั้ง 8 สายด้วยไม่ว่าจะเป็นนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย(ทุกสาย) หรือ เหมาจ่าย 40 บาททุกสาย

สำหรับคำถาม เรื่องการใช้บัตร EMV จ่ายค่าโดยสารได้ เหตุใดจึงล็อกไม่สามารถจ่ายค่าโดยสารผ่านกูเกิลเพย์ และแอปเปิ้ลเพย์ได้นั้น ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้กูเกิลเพย์และแอปเปิ้ลเพย์ เคยใช้ชำระค่าโดยสารได้ในรถไฟฟ้า MRT แต่เนื่องจากการผูกบัญชีต่างประเทศ ทำให้เลขบัตรเครดิตที่ตัดเงินไม่ตรงกัน

อีกทั้งเวลานี้ยังไม่มีระบบจัดการระบบหลังบ้านร่วมกัน ทำให้ MRT เกิดปัญหาไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ รวมทั้งมีผู้ใช้บริการน้อยมาก หากมีระบบหลังบ้านตามพ.ร.บ.ตั๋วร่วม จะได้พิจารณาประเด็นนี้ต่อไป

นอกจากนี้ในอนาคตผู้ประกอบการรถไฟฟ้า ยังมีแนวคิดที่จะพัฒนาช่องทางอื่นๆ ในการชำระค่าโดยสารเพิ่มเติม โดยเฉพาะการนำระบบสแกนใบหน้าแบบที่ใช้กันในต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น และจีน เพื่อรองรับสังคมไร้เงินสด กำลังศึกษาแนวทางพัฒนา

ส่วนการชำระค่าโดยสารด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด โดยไม่ต้องพกบัตร ขณะนี้รถไฟฟ้าหลายระบบสามารถสแกนจ่ายได้แล้ว โดยเฉพาะรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้า MRT สแกนจ่ายที่ตู้จำหน่ายตั๋วได้ผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับ QR Payment

ปัจจุบันผู้โดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ยรายวันรวม 8 สาย ประมาณ 1.49 ล้านคน

-สายสีเขียว 7.5 แสนคน(สูงสุดอันดับ1ตลอดมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง)

-สีน้ำเงิน 4.4 แสนคน

-รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) 7 หมื่นคน

-สีม่วง 6.8 หมื่นคน

-สีชมพู 6.7 หมื่นคน

-สีเหลือง 5 หมื่นคน

-สีแดง 4 หมื่นคน

-สายสีทอง 7.7 พันคน