เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Keng Boytoystory” ได้ออกมาโพสต์ข้อความโต้ สว. ที่ออกมาบอกเจ็ตสกีถูกยิงเพราะไปขี่แข่งขัน ด้านเจ้าตัวยันทีมเจ็ตสกีไม่ได้ลงพื้นที่เพื่อแข่งขัน แต่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจุดที่เรือชนิดอื่นเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะพื้นที่น้ำเชี่ยว-ซอยแคบ

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ข่าว สว.บอก ที่ Jetski ถูกยิง เพราะไปขี่แข่งกัน อย่าเรียกแข่งเลยครับ เรียกคลานดีกว่า รู้ไหมครับ Jetski ที่พวกผมแข่งกัน ทำความเร็ว 0-100 km แค่ 3 วินาที ทีมJetski จำเป็นต้องมาช่วยไหม ปล่อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเรือท้องแบน ช่วยไม่ได้เหรอ บางพื้นที่ที่กระแสน้ำแรง โดยเฉพาะซอยเล็กๆแคบๆ จุดที่เป็น ปากทางเลี้ยว ทางแยก ยานพาหนะชนิดอื่นไม่สามารถเข้าช่วยเหลือได้เลย มีแค่เจ็ตสกีอย่างเดียวเท่านั้น ที่เข้าไปช่วยเหลือได้ เพราะเครื่องยนต์ที่แรงกว่า สู้แรงคลื่นกระแสน้ำดีกว่า”

อีกทั้ง “การเลี้ยวที่คล่องตัวกว่า ถ้าเรือชนิดอื่นเข้าไป เรือคว่ำ 100% ซึ่งในพื้นที่น้ำเชี่ยว ยังมีเคสแดง เคสดำจำนวนมาก ที่รอความช่วยเหลือเร่งด่วน คำพูดนี้ไม่เกินจริงครับ พิสูจน์แล้วจากเหตุการณ์ น้ำท่วมเชียงราย ตอนนั้นเรือท้องแบนพยายามเข้าไปช่วยเหลือ เข้าไป 10 ลำ เรือล่ม 10 ลำ มีแค่พวกเราทีมเจ็ตสกี จิตอาสา 20 กว่าลำ ที่เป็นคนกู้ภัย อพยพผู้ประสบภัย ไปเปิดข่าวย้อนหลังดูได้เลย”

นอกจากนี้ ตอนนั้นนอกจาก Jetski ไม่มีเรือชนิดไหน หรือยานพาหนะไหน หรือหน่วยงานไหนเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เลย (แต่ที่หาดใหญ่ถือว่าน้ำยังไม่เชี่ยวเท่าเชียงราย) เคยรู้ไหมครับ ว่าทุกครั้งที่ไปช่วยน้ำท่วม Jetski ทุกลำต้องเจอเหตุการณ์อะไรบ้าง ชนแหลก สิ่งกีดขวางใต้น้ำ ทั้งรถจักรยานยนต์ แบริเออร์กั้นถนน รถเข็นขายของ บันได รั้ว กำแพงบ้าน หลังคาบ้าน ศาลพระภูมิ เสาไฟฟ้า คอสะพาน พื้นถนนต่างระดับ เรียกว่าโคตรอันตราย เพราะไม่มีทางรู้เลยว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำบ้าง ใครจะไปกล้าขี่เร็ว เพราะยิ่งขี่เร็วก็ยิ่งชนแรง”

“สายไฟที่ห้อยเกะกะ เป็นอุปสรรคในการขี่เรือ ถ้าดูไม่ดี ขี่ผ่านมองไม่เห็น สายไฟพาดคอ คอขาดได้เลย ถ้าเรือดูดขยะที่ลอยอยู่เต็มเมือง แล้วขยะเข้าไปติดในเครื่องยนต์ ทำให้เรือใช้งานไม่ได้ เรืออาจถูกน้ำพัดไปชนอะไรบ้างก็ไม่รู้ เรือแตก เรือพังเพราะเคสนี้ก็ไม่น้อย กลางกระแสน้ำเชี่ยว ไม่ว่าจะเจอเหตุอะไรที่บอกมาข้างต้น หมายความว่า เรามีโอกาสเรือล่ม บาดเจ็บ และเสียชีวิตได้เลย ฟังดูยังน่าสนุกอยู่ไหมครับ รู้ไหมครับ Jetski ลำละ 7-8 แสน”

อีกทั้ง “ทุกครั้งที่พวกเราเอาเรือไปช่วยน้ำท่วม ต้องกลับมาเสียเงินซ่อมกันเอง ค่าซ่อมสีเรือเป็นหมื่น ถ้าเรือท้องแตก เครื่องยนต์พัง ค่าซ่อม 3-5 หมื่น ถึงจะซ่อมจบ แต่เรือจะโทรมมาก ตอนขายราคาจะตกไม่ต่ำกว่า 5 หมื่น-3 แสนบาทต่อลำ ขึ้นอยู่กับความเสียหาย แล้วน้ำท่วมที่หาดใหญ่ครั้งนี้ทีมผมลากกันไป 4 ลำ เรือแตกทุกลำ และค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่เคยเบิกใครได้เลยนะครับทุกคนรับผิดชอบเรือตัวเองหมด ฝากถึงรัฐบาลผู้มีอำนาจรับผิดชอบ เห็นอยู่แล้วว่าเจ็ตสกีช่วยเหลือได้มากขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม “ซื้อเถอะครับ ไม่จำเป็นต้องซื้อตัวแรง 7-8 แสน เพราะไม่ได้เอาไปแข่งกับใคร แค่ช่วยเหลือน้ำท่วม สามารถซื้อตัวถูกๆ ลำละ 4 แสนกว่าบาทก็ได้ ขอแค่เรือถอยหลังได้ body ลำใหญ่ ซื้อ 100 ลำ พึ่ง 40 ล้านเอง Jetski 100 ลำ ถูกกว่าเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำอีก แถมช่วยเหลือได้รวดเร็วกว่าช่วยคนได้เยอะกว่า ซื้อเถอะครับ เพราะพวกผมไม่ได้อยากเป็นซุปเปอร์ฮีโร่หรอก ถ้าเลือกได้พวกผมก็อยากนอนอยู่บ้านกับครอบครัวเหมือนกัน ไม่ได้มีใครอยากเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงหรอก”

ขอบคุณข้อมูล : Keng Boytoystory