การแข่งขันมหกรรมกีฬา “ซีเกมส์ 2025” หรือ “ซีเกมส์ ครั้งที่ 33” ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ แม้จะยังไม่เริ่มต้นขึ้นแต่กระแสดราม่านั้น โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างถาโถม ทั้งเทงานพิธีเปิด-ปิด, ธงผิด, AD Card ของผู้สื่อข่าว เรื่องเหล่านี้อาจไม่ควรเกิดขึ้นกับชาติมหาอำนาจในอาเซียน อย่างประเทศไทย ที่เคยมีประสบการณ์จัดมหกรรมซีเกมส์ มาแล้ว 7 ครั้ง ในปี 1959, 1967, 1975, 1985, 1995 และปี 2007 จนมาถึงครั้งล่าสุดในปีนี้ 2025

มหกรรมกีฬาระดับชาตินี้ ควรเป็นสถานที่ไว้โชว์ฝีมือในการเตรียมงาน-ทำงาน ให้เพื่อนบ้านที่เดินทางมาแข่งขันได้เห็นเป็นตัวอย่าง ทว่ามันไม่เป็นแบบนั้น เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนถึงเดือนธันวาคมปี หลายสิ่งหลายอย่างที่ควรจะสำเร็จไปอย่างราบรื่นกลับเป็นจุดด่างพล้อยเสียอย่างนั้น ทั้งที่อีกเพียงไม่กี่วัน ไฟที่คบเพลิงกำลังจะถูกจุดขึ้นมาแล้ว

เทงานพิธีเปิด
“ต้น” เรืองฤทธิ์ สันติสุข นักออกแบบภาพและแสงงานคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ แฉว่า เจ้าตัวถูก “เทงานพิธีเปิด-ปิด” ทั้งที่เตรียมงานกันมาถึง 7 เดือน กับงบประมาณที่ให้มาอย่างจำกัด และเมื่อย้ายจากสนามหลวง ไปราชมังคลากีฬาสถาน ก็ต้องเสียเวลา ลงวัดพื้นที่ และออกแบบใหม่ทั้งหมด ก่อนจะมีทีมใหม่เข้ามาทำปทนช่วงกลางเดือนตุลาคม เรียกได้ว่า “อึ้งกันไปเลย”

ใช้ธงผิดในกราฟิกโปรแกรมการแข่งขัน
นี่เป็นสิ่งที่ไม่น่าเกืดขึ้นเป็นอย่างมากถึงมากที่สุด กับการใส่ธงชาติผิดในโปรแกรมการแข่งขัน ธงเวียดนาม แต่ชื่อไทย ส่วนอีกทีมชื่ออินโดนีเซีย แต่ธงลาว หรือนี่จะเป็นประเทศใหม่กันแน่? ขณะที่โปรแกรมที่ควรจะเสร็จและชัดเจนตั้งนานแล้ว ก็มีแต่ตารางล้าสมัยให้ดู แบบต้องหรี่ตามองดู เพราะลายตามากๆ

กราฟิก AI คุณภาพต่ำ สวนทางงบ 8 ล้านบาท
เพจเฟซบุ๊กทางการ ‘SEA GAMES Thailand 2025’ต้องการโปรโมตกิจกรรม “วิ่งเสมือนจริง” ให้แฟนกีฬาได้เข้ามามีส่วนร่วม แต่ที่น่าแปลกคือ ทำไมถึงใช้ภาพที่สร้างขึ้นมาด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Generated) ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นความผิดพลาด คือ รูปมือของผู้คนที่ส่งเสียงเชียร์ที่หายไป หรือดูผิดสัดส่วน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการทำงานแบบลวกๆ เมื่อเทียบกับงบประมาณสูงถึง 8,000,000 บาท แลกมากับชิ้นงานคุณภาพต่ำเช่นนี้

AD Card ของสื่อมวลชนที่กว่า..จะได้
โดยปกติบัตรผู้สื่อข่าวเหล่านี้จะต้องเสร็จก่อนอย่างน้อยๆ ร่วมเดือน พร้อมส่งให้แต่ละประเทศ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามาก หรือค่อยมาเอาศูนย์สื่อมวลชนตอนถึงประเทศที่เป็นเจ้าภาพในครั้งนั้น นี่ก็ถือว่ามากสุด แต่ ซีเกมส์ ครั้งนี้ไม่ทำแบบนั้น ต้องรอถึงวันสุดท้ายก่อนการแข่งขันในบางกีฬาที่ต้องแข่งก่อนพิธีเปิดจะเริ่มเพียง 1 วันเท่านั้น จึงค่อยปรินท์ออกมา เพื่อความตื้นเต้นของสื่อที่มารออย่างใจจดใจจ่อ

เพลงชาติไม่ดัง นักกีฬาร้องกันเอง!?
ผู้สื่อข่าวที่อยู่ที่ ราชมังคลากีฬาสถาน รายงานว่า เกมเปิดฉากฟุตบอลชายในศึกซีเกมส์ 2025 ระหว่าง เวียดนาม พบ ลาว เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ไม่มีเสียงเพลงของทั้ง 2 ชาติ ที่ลงแข่งในเวลา 16.00 น. จนนักกีฬาต้องตะโกนร้องกันเอง พร้อมความงุนงง แฟนบอลบางแซวว่า กลัวโดนลิขสิทธิ์หรือไม่ หลังจกานั้น ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า การที่ไม่มีเพลงชาติ ไม่เกี่ยวลิขสิทธิ์เพลงชาติ แต่เครื่องเสียงในสนามเกิดขัดข้องทางเทคนิค เจ้าตัวงง ก่อนหน้านี้ใช้ได้ปกติ แต่มาวันใช้งานจริง ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น

ไฟในราชมังคลากีฬาสถานบางดวงดับขณะแข่งขัน
การแข่งขันฟุตบอลชายลงสนาม 2 คู่ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 16.00 น. (กลุ่ม B) สปป.ลาว พบ เวียดนาม และ เวลา 19.00 น. (กลุ่ม A) ติมอร์ เลสเต พบ ทีมชาติไทย ปรากฏว่า หลอดไฟสนามราชมังคลากีฬาสถาน กลับมีปัญหาขัดข้อง จนต้องวิ่งไปหยิบยืมที่ไฟจากสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ซึ่งอยู่ที่ “โคราช” เพื่อเอามาใช้แทนไปก่อน ทั้งที่ได้รับงบปรับปรุงสนามวงเงิน 125,200,000 บาท ซึ่งหลอดไฟพวกนี้ก็ต้องอยู่ในงบประมาณนั้นแน่นอน แต่ทำไมมันถึงยังดับได้กันนะ

แฟนบอลหัวหมุนหาทางเข้าไม่เจอเกม ไทย-ติมอร์
เกมนัดแรกของทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตบอลที่ทัพ “ช้างศึก” ถล่ม ติมอร์ เลสเต ไป 6-1 ก่อนเริ่มเกม แฟนนอกสนามกำลังหาทางเข้าจนหัวหมุนเพื่อจะเข้าไปชมเกม เพราะไม่รู้ว่าประตูทางเข้าอยู่ตรงไหน เหนือสิ่งอื่นใด เจ้าหน้าที่ก็ชี้แจงด้วยความสุภาพ แม้แฟนๆ จะออกันเยอะเพราะต้องเคลียร์คนดูแมตช์แรกก่อน ด้วยเวลาห่างกันแค่ 1 ชม. เลยมากระจุกที่ทางเข้าตัวสนามอีกที

นี่ยังไม่รวมถึงปัญหาจากนักกีฬาบางส่วน ไม่ได้รับค่า “เบี้ยเลี้ยง” ของตัวเอง อีกหลายต่อหลายรายตามที่เราเห็นกันในข่าวไปบ้างแล้ว

ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยครั้งนี้ มีแผลมากมาย และแต่ละแผลก็สาหัสสากรรจ์ทั้งนั้น งานนี้ฝ่ายจัดคงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงระบบการทำงานและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเหล่านี้ โดยหวังว่าจะถูกแก้ไขและไม่เกิดขึ้นอีก เพราะต่อให้ไทยจะจบด้วยการเป็นเจ้าเหรียญทองได้ในการแข่งขันครั้งนี้ ก็มิอาจลบล้างสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และอย่าลืมว่า…ดราม่าที่กล่าวมาทั้งหมด คือ สิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่ยังไม่ถึงวันเริ่มเปิดพิธีเลยด้วยซ้ำไป