ภายหลังจากที่ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เผยผ่านรายการ “กรรมกรข่าว” ของ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดังว่า ไทยมีงบประมาณในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค. 2568 ราว 2,000 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่า กัมพูชา เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งมีงบจัดถึง 3,000 ล้านบาทนั้น
“ข่าวกีฬาเดลินิวส์” ได้ตรวจสอบงบประมาณจัดซีเกมส์ 2025 ที่มีการนำเสนอข่าวให้สาธารณชนทราบทั้งหมด ปรากฏว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรวมสำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 และอาเซียนพาราเกมส์ 2025 ในวงเงินประมาณ 2,055 ล้านบาท
งบประมาณนี้ถูกกระจายครอบคลุมการใช้จ่ายข้ามปีงบประมาณ โดยแบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 157.584 ล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 1,343.056 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายหลักมี 4 ก้อน ดังนี้
1) งบกลางสำหรับการดำเนินงานหลัก จำนวน 455,962,200 บาท
2) งบสนับสนุนการเตรียมนักกีฬา จำนวน 420,622,825 บาท
3) งบลงทุนปรับปรุงสถานที่ จำนวน 320,268,000 บาท
4) งบการจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดสัญญาณ จำนวน 1,000,000,000 บาท
อนึ่ง นอกจากงบประมาณประจำปี 2568 และ 2569 แล้ว ยังมีการขอเบิกงบประมาณจาก “งบกลาง” ซึ่งขออนุมัติเป็นรายรายการด้วย เพราะมีรายงานว่า กกท. ถูกตัดงบประมาณประจำปีบางส่วน และต้องเร่งขออนุมัติงบส่วนที่ขาดจำนวน 459 ล้านบาท
1) งบกลางสำหรับการดำเนินงานหลัก จำนวน 455,962,200 บาท
เป็นงบประมาณก้อนสำคัญที่ ครม. มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568 สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการบริการพื้นฐานในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์และพาราเกมส์ มีวงเงินรวม 455,962,200 บาท
ก้อนนี้ถูกจัดสรรภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และดำเนินการโดย กกท. โดยแบ่งออกเป็น 3 หมวดหลัก

1.1) ค่าใช้จ่ายในพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน และไฟพระฤกษ์ 166,282,000 บาท ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้
- ค่าจ้างจัดงานพิธีเปิด-พิธีปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ จำนวน 147,953,000 บาท – ค่าจ้างจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์ จำนวน 14,683,500 บาท
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสำรวจ/เข้าร่วมพิธีของคณะกรรมการสาขา/คณะทำงาน/เจ้าหน้าที่ จำนวน 3,645,500 บาท
1.2) ค่าใช้จ่ายสาขาการประชาสัมพันธ์ และการดำเนินการศูนย์ถ่ายทอดสัญญาณฯ (IBC Operations) ได้รับการจัดสรร 30,000,000 บาท
1.3) ค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์และการบริการ (ที่พัก, อาหาร, ขนส่ง, ซักรีด สำหรับนักกีฬา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากต่างประเทศ) วงเงิน 259,680,200 บาท
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์และการบริการ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 56.95 ของงบประมาณปฏิบัติการหลัก 455.9 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสำคัญลำดับแรกของไทยในการดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับคณะผู้เข้าร่วมการแข่งขัน
2) งบสนับสนุนการเตรียมนักกีฬา จำนวน 420,622,825 บาท
กกท. อนุมัติการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสำหรับซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 จำนวน 62 สมาคม ในวงเงินรวม 420,622,825 บาท
วงเงินสนับสนุนนักกีฬาจำนวน 420 ล้านบาท มีสัดส่วนใกล้เคียงกับงบประมาณปฏิบัติการหลัก (455.9 ล้านบาท) บ่งชี้ว่านโยบายภาครัฐให้น้ำหนักอย่างมากต่อผลลัพธ์ด้านความเป็นเลิศทางการกีฬา

ความสำเร็จของโครงการนี้ จึงหมายถึงผลงานของนักกีฬาไทย โดยเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับการแข่งขัน ได้แก่ การเป็นเจ้าเหรียญทอง
ตั้งเป้าที่ 252 เหรียญทอง สำหรับกีฬาซีเกมส์ และ 233 เหรียญทองสำหรับกีฬาอาเซียนพาราเกมส์
3) งบลงทุนปรับปรุงสถานที่ จำนวน 320,268,000 บาท
คณะรัฐมนตรี อนุมัติงบประมาณรายจ่ายวงเงิน 320,268,000 บาท เพื่อปรับปรุงสถานที่ฝึกซ้อม และแข่งขันกีฬาทางน้ำ ภายในสนามกีฬาหัวหมาก
การอนุมัติงบประมาณก้อนนี้เกิดจากความจำเป็นเร่งด่วนที่ กกท. รายงานว่า ไทย ไม่มีสถานที่ฝึกซ้อม และแข่งขันกีฬาทางน้ำที่ได้มาตรฐานตามที่สหพันธ์กีฬาทางน้ำโลก (World Aquatics)

การจัดสรรเงินทุนเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานนี้ ในเดือนเมษายน 2568 สำหรับการแข่งขันที่เริ่มในเดือนธันวาคม 2568 ทำให้มีแรงกดดันด้านเวลาในการดำเนินการให้แล้วเสร็จทันตามกำหนด
การลงทุนนี้จัดเป็นรายจ่ายประเภทการลงทุนที่สำคัญ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ในระยะยาวและช่วยให้ไทยมีศักยภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำระดับนานาชาติในอนาคต
4) งบการจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดสัญญาณ จำนวน 1,000,000,000 บาท
รัฐบาล อนุมัติงบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดวิทยุและโทรทัศน์นานาชาติ (IBC) และศูนย์ประสานงานสื่อมวลชน (MPC)
หน่วยงานหลักผู้รับผิดชอบการลงทุนขนาดใหญ่นี้คือ กรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) โดยมีการจัดตั้งศูนย์ IBC ที่สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) วิภาวดีรังสิต
ศูนย์ IBC จะทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายหลักในการรับและผลิตสัญญาณภาพและเสียงของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ กว่า 30 ชนิดกีฬา ก่อนส่งสัญญาณออกไปยังสถานีโทรทัศน์ทั้งในและต่างประเทศ

งบประมาณ 1,000 ล้านบาทสำหรับการสร้าง IBC-MPC โดยกรมประชาสัมพันธ์นี้ ถือเป็นเม็ดเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานสื่อที่สูงที่สุดในบรรดาการจัดสรรงบประมาณที่เปิดเผยทั้งหมด
และมีมูลค่ามากกว่างบปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ของ กกท. (30 ล้านบาท) หลายเท่าตัว
ซึ่งความแตกต่างอย่างชัดเจนนี้ ชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ในฐานะโครงการยกระดับขีดความสามารถด้านการผลิตสื่อระดับชาติ โดยใช้การเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ เพื่อติดตั้งอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐานสากล
อันจะสามารถใช้รองรับการถ่ายทอดสดงานระดับประเทศและนานาชาติอื่น ๆ ได้ในอนาคตด้วย.



