ดีพานราช กาเนซาน ผู้สื่อข่าวของ “เดอะ สเตรทส์ ไทมส์” สื่อดังของสิงคโปร์ เดินทางมาทำข่าวกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค. 68 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ ได้รายงานบรรยากาศถึงความเงียบเหงาก่อนมหกรรมกีฬาครั้งสำคัญของอาเซียน
เนื้อหาระบุว่าจากริมทางด่วนศรีรัช มาจากสนามบินสุวรรณภูมิสู่ใจกลางกรุงเทพฯ เขาพบป้ายโฆษณาสินค้าต่างๆ มากมาย แต่ป้ายซีเกมส์หายากกว่ามาก ซีเกมส์ กลับมาจัดที่ไทยเป็นครั้งแรกนับแต่ปี 2007 แต่กลับมีป้ายเกี่ยวกับการแข่งขันน้อยมาก ไม่มีป้ายแบนเนอร์ขนาดใหญ่ ไม่มีสัญลักษณ์มาสคอต “เดอะ สาน” แม้ในย่านชอปปิงอย่างสยาม ใจกลางกรุงเทพฯ ก็เงียบ ไม่รู้สึกถึงการแข่งขันกีฬาเลย
ผู้คนที่ สเตรทส์ ไทมส์ คุยด้วยแทบไม่รู้สึกตื่นเต้น ระบุว่ามาจากปัจจัยหลายประการ เช่น อุทกภัยในภาคใต้เมื่อเร็วๆ นี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กับกัมพูชา ความไม่มั่นคงทางการเมือง อีกทั้งบรรยากาศถูกบดบังด้วยช่วงเวลาแห่งการไว้อาลัยทั่วประเทศ

โสภณ พรโชคชัย อายุ 67 ปี ประธานสหพันธ์อสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ ของประเทศไทย กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ค่อนข้างเงียบเหงา ไม่มีการประชาสัมพันธ์มากมาย และเสริมว่า ไม่มีใครรู้เรื่องนี้มากนัก พร้อมระบุว่าการเปลี่ยนรัฐบาลเมื่อไม่นานนี้ อาจส่งผลต่อการเตรียมการอย่างต่อเนื่อง จนแทบไม่มีการดำเนินการสร้างความรับรู้เกี่ยวกับกีฬาซีเกมส์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ว่า คนไทยจำนวนมากไม่ทราบกำหนดการแข่งขัน สถานที่จัดการแข่งขัน หรือแม้แต่การมีอยู่ของการแข่งขัน ขณะที่บางกอกโพสต์ รายงานว่าผู้คนตั้งคำถามว่าบรรยากาศนั้นเงียบเกินไปหรือไม่ และไทยพร้อมสำหรับการแข่งขันจริงหรือไม่

ยศพล ทรงศรี อายุ 23 ปี ซึ่งทำงานด้านประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบว่าซีเกมส์เมื่อต้นสัปดาห์นี้เอง ตนไม่เคยพูดกับเพื่อนถึงเรื่องซีเกมส์เลย ไม่เห็นโปสเตอร์ ป้ายโฆษณา หรือการโฆษณาใด ๆ
“ด้วยปัญหาต่างๆ มากมาย ตั้งแต่การเมืองและเศรษฐกิจ ปัญหาชายแดน และน้ำท่วม สำหรับผมแล้ว กีฬาซีเกมส์ ก็ไม่สามารถเบี่ยงเบนความสนใจหรือสร้างกำลังใจให้กับใครได้มากนัก”
พอล เมอร์ฟีย์ นักเขียนอิสระด้านกีฬาชาวอังกฤษ วัย 53 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ กล่าวว่า “ตอนนี้เราเห็นการประดับตกแต่งต้นคริสต์มาสมากกว่า ผมคิดว่าผู้จัดงานน่าจะโปรโมตมากกว่านี้ ทั้งในและรอบๆ ห้างสรรพสินค้าหลักๆ”
แม้แต่กีฬาฟุตบอลที่ได้รับความนิยม แต่ในเกมที่ไทยชนะ ติมอร์ เลสเต 6-1 ปรากฏว่ามีผู้ชมเพียง 7,741 คน จากความจุ 51,560 คน
นักกีฬามากกว่า 12,000 คนจากภูมิภาคจะเข้าร่วมการแข่งขันใน 50 กีฬา ชิงชัย 574 เหรียญทอง ไทยตั้งเป้าเหรียญทอง 241 เหรียญ ซึ่งจะถือเป็นสถิติสูงสุดหากประสบความสำเร็จ ส่วน สิงคโปร์จะมีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 930 คน จาก 48 กีฬา
ภาพจาก AFP



