ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทย พร้อมส่งนักกีฬาพาราเยาวชนทีมชาติไทย ไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนยูธพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 7-14 ธ.ค. 68 ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยเจ้าภาพบรรจุกีฬาชิงชัยทั้งหมด 11 ชนิด ได้แก่ ยิงธนู, ยกน้ำหนัก, กรีฑา, แบดมินตัน, บอคเซีย, โกลบอล, งัดข้อ, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด และวีลแชร์บาสเกตบอล โดยจากการเตรียมนักกีฬาร่วมกับ คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาที่ดูแลกีฬาคนพิการทุกประเภท (สมาคมกีฬาคนพิการทางปัญญา, สมาคมกีฬาคนพิการทางสมอง, สมาคมกีฬาคนตาบอด) แล้ว ได้ประเมินร่วมกันว่า ทัพนักกีฬาพาราเยาวชนไทย จะทำได้ 32 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน และ 14 เหรียญทองแดง

สำหรับชนิดและประเภทกีฬา ที่นักกีฬาพาราเยาวชนไทย มีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลในเอเชียนยูธพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ประกอบด้วย กรีฑา (แขน-ขา) 11 ทอง, เทเบิลเทนนิส (แขน-ขา) 6 ทอง, ยกน้ำหนัก 3 ทอง 1 เหรียญเงิน 1 ทองแดง, กรีฑา (สมอง) 3 ทอง, บอคเซีย 3 ทอง, ว่ายน้ำ (แขน-ขา) 2 ทอง 3 เงิน 5 ทองแดง, แบดมินตัน 2 ทอง, ว่ายน้ำ (ปัญญา) 1 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง, เทควันโด 1 ทอง

กรีฑา (ปัญญา) 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง, โกลบอล 2 เหรียญเงิน, ยิงธนู 2 เหรียญทองแดง, ว่ายน้ำ (สมอง) 2 เหรียญทองแดง, เทเบิลเทนนิส (ปัญญา) 1 เหรียญทองแดง, ว่ายน้ำ (ตาบอด) 1 เหรียญทองแดง, กรีฑา (ตาบอด) ติดอันดับ 1-3, งัดข้อ ติดอันดับ 1-3 และวีลแชร์บาสเกตบอล ติดอันดับ 1-3

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า เอเชียนยูธพาราเกมส์ 4 ครั้งที่ผ่านมา นักกีฬาพาราเยาวชนไทย ทำผลงานได้ดีมาตลอด เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ครั้งล่าสุดที่บาห์เรน นั้น ไทย ทำได้ 33 ทอง, 24 เงิน และ 19 ทองแดง ได้อันดับ 2 ของตารางสรุปเหรียญรางวัล โดย บาห์เรน เจ้าภาพครองเหรียญทอง ทำให้ครั้งนี้ กกท. คาดว่านักกีฬาไทย จะทำผลงานได้ดีอีกครั้ง

อนึ่ง เอเชียนยูธพาราเกมส์ คือ มหกรรมกีฬาคนพิการระดับเยาวชนที่จะจัดแข่งขันหลังจากการแข่งขันเอเชียนยูธเกมส์ และแข่งขันมาแล้ว 4 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ที่ญี่ปุ่น ปี 2009, ครั้งที่ 2 ที่มาเลเซีย ปี 2013, ครั้งที่ 3 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปี 2017 และครั้งที่ 4 ที่บาห์เรน ปี 2021