ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งใน “บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด” ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศรายใหญ่ในจังหวัดชลบุรี ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากข้อเรียกร้องเรื่องโบนัสและค่าตอบแทนพิเศษประจำปี 2568 ของทางสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี (หรือสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะนครศรี)

แม้ว่าทางบริษัทและสหภาพฯ จะมีการเจรจากันถึง 11 รอบ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ซึ่งภายหลังการเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ได้สิ้นสุดลงนั้น ทาง “ไดกิ้น ประเทศไทย” ประกาศใช้มาตรการ “ปิดงานงดจ้าง” มีผลตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

ปิดงานงดจ้าง คืออะไร?

คือ การที่นายจ้างปฏิเสธไม่ให้ลูกจ้างเข้าทำงานเป็นการชั่วคราว อันเนื่องมาจากข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ ซึ่งเป็น “สิทธิของนายจ้าง” ในการตอบโต้การประท้วงของลูกจ้าง ภายใต้ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ มาตรา 5 และ มาตรา 34

แม้จะไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้าง แต่สถานะความเป็นลูกจ้างยังคงอยู่ ไม่ใช่การถูกไล่ออก ทั้งนี้การปิดงานจะชอบด้วยกฎหมายต้องปฏิบัติตามขั้นตอน คือ ต้องเป็น “ข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้” และนายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง แก่พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและอีกฝ่ายหนึ่ง

เลิกจ้าง คืออะไร?

คือ การยุติสัญญาจ้างระหว่างนายจ้างและลูกจ้างโดยถาวร ทำให้ “ลูกจ้างพ้นจากสภาพการเป็นพนักงานโดยสมบูรณ์” และมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน หากเข้าเกณฑ์

ปิดงานงดจ้าง และ เลิกจ้าง ต่างกันอย่างไร?

หัวใจสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจในกรณีนี้คือ การใช้เครื่องมือทางกฎหมายของนายจ้างที่เรียกว่า “ปิดงานงดจ้าง” ซึ่งแตกต่างจากการ “เลิกจ้าง” โดยสิ้นเชิง ตามหลักการในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ซึ่งมีรายละเอียดสรุปง่ายๆ ดังนี้..

ปิดงานงดจ้าง
-สถานะสัญญายังคงอยู่ เป็นเพียงการระงับสัญญาชั่วคราว
-เพื่อกดดันอีกฝ่ายให้ยอมรับข้อเสนอ/ถอนข้อเรียกร้องในสถานการณ์ข้อพิพาทแรงงาน
-ไม่ได้รับค่าจ้าง (งดจ้าง) เพราะลูกจ้างไม่ได้มาทำงาน
-นายจ้างมีสิทธิจ้างบุคคลอื่นมาทำงานแทนได้

เลิกจ้าง
-สถานะสัญญาสิ้นสุดลงอย่างถาวร
-เพื่อยุติความสัมพันธ์การจ้างอย่างถาวร
-ได้รับเงินชดเชยตามกฎหมาย (ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า/ค่าชดเชย) หากมีสิทธิ
-นายจ้างต้องหาพนักงานใหม่มาแทน

เกมวัดความอดทน

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านต่างมองว่า สถานการณ์ “ปิดงานงดจ้าง” เป็น “เกมวัดความอดทน” ระหว่างสองฝ่าย
1.ลูกจ้าง ต้องเผชิญกับภาวะขาดรายได้ในช่วงเวลาที่ปิดงาน ซึ่งเป็นแรงกดดันทางเศรษฐกิจและปากท้อง
2.นายจ้าง ต้องเผชิญกับการหยุดสายพานการผลิตบางส่วน และต้องพึ่งพาแรงงานทดแทนตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 35)

“การปิดงาน” จะยุติลงได้ ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้, ตกลงตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาท, หรือคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เข้ามาชี้ขาด ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด..