เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นของสวิตเซอร์แลนด์  น.ส.อุศณา พีรานนท์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้ใช้สิทธิในการตอบโต้ข้อกล่าวหาทันที (Right to reply) หลังจากที่นายดารา อิน เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา กล่าวระหว่างการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือ อนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 เกี่ยวกับกรณีที่ไทยร้องเรียนว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ตามพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาหลายครั้ง โดยผู้แทนถาวรกัมพูชาฯ อ้างว่าหลักฐานของไทยเป็นหลักฐานฝ่ายเดียว และไม่ยอมให้กัมพูชาหรือผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าถึงพื้นที่ประสบเหตุ รวมถึงอ้างว่าไทยทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองและดินแดน

ทั้งนี้ น.ส.อุษณา กล่าวว่า อนุสัญญาออตตาวาไม่ได้เปิดช่องให้ใช้ทุ่นระเบิดบนดินแดนของรัฐภาคีอื่นได้ ดังปรากฏในบันทึกการเตรียมการร่างอนุสัญญา (Traveaux Préparatoire) ไทยตระหนักดีว่าไม่เคยมีการใช้กลไกตามข้อ 8 ของอนุสัญญาออตตาวามาก่อน และไทยได้ใช้ความอดกลั้นสูงสุดในการไม่ใช้กลไกดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ไทยจำเป็นต้องใช้กลไกดังกล่าว เนื่องจากมีการละเมิดสาระสำคัญของอนุสัญญาฯ ท้าทายบรรทัดฐานทางมนุษยธรรม โดยไทยได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปยังเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2568 เพื่อแสดงว่าไทยยังคงไม่พอใจกับคำชี้แจงของกัมพูชา รวมถึงขอคำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ใหม่ทั้ง 2 ครั้ง (เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2568 และ 10 พ.ย.2568) ไทยได้ให้ข้อมูลและหลักฐานแวดล้อมเพิ่มเติมที่รวบรวมโดยบุคคลที่สาม รวมถึงคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (เอโอที) เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยยึดถือความเที่ยงธรรม ความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของการดำเนินการตามกระบวนการตามอนุสัญญาฯ นี้