เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านเลขที่ 90/1 หมู่ 3 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายสำรวย ภัทรวงศ์วิสุทธิ์ อายุ 70 ปี อาศัยอยู่คนเดียว ร้องผู้สื่อข่าวว่า เดือดร้อนเพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ถูกขโมยปืนและเงินสด ไปรวม 5 ครั้ง สูญหลายแสน โดยครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้ขโมยปืนไป ครั้งที่ 2 วันที่ 3 ส.ค. ขโมยเงินไป 18,000 บาท พร้อมบัตรเอทีเอ็ม ครั้งที่ 3 วันที่ 20 ส.ค. ขโมยเงิน 10,000 บาท ครั้งที่ 4 วันที่ 10 พ.ย. ขโมยเงิน 14,000 บาทไป และครั้งที่ 5 จำวันไม่ได้ โดย 3 ครั้งแรกไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพิษณุโลกแล้ว แต่ครั้งที่ 4-5 ยังไม่ได้แจ้งความ เพราะเห็นว่าแจ้งไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น คดีไม่มีความคืบหน้า จึงตัดสินใจไปร้องเรียน ที่ ตำรวจภูธรภาค 6 แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า สอบถามก็อ้างว่าไม่มีหลักฐาน จึงต้องออกมาร้องผู้สื่อข่าวช่วยเหลือ

นายสำรวย บอกอีกว่า แต่ก่อนมีครอบครัวมั่นคง แต่มาป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลกระทั่งกลับมานอนรักษาตัวเองที่บ้านทำให้ภรรยาเลิกราไป ส่วนลูกๆ 4 คน ก็ออกไปมีครอบครัวกันหมด นานๆ ครั้งจะมาหา จึงต้องอยู่คนเดียว ทุกวันนี้มีรายได้จากห้องเช่าที่ทำไว้ จึงมีเงินเก็บเดือนละหลายหมื่น ต่อมามีชายหนุ่มคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี มาเช่าห้องอยู่กับพ่อที่ห้องเช่า มาหาคลุกคลีทุกวัน จนไว้วางใจวานให้ไปซื้อยาของกินของใช้ ให้ค่าจ้างครั้งละ 300-400 บาท รวมทั้งใช้ให้ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มเป็นประจำ ตอนแรกคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่มาภายหลังมีคนมาขโมยเงินถึงในห้องดังกล่าว เชื่อว่าน่าจะก่อเหตุตอนหลับเพราะต้องกินยาที่ทำให้ง่วงเลยหลับสนิท เชื่อว่าน่าจะเป็นคนเดียวกัน แต่แจ้งความไปก็ไม่มีความคืบหน้าไม่การเรียกผู้ต้องสงสัยไปสอบ จึงมาร้องผู้สื่อข่าวช่วยเหลือดังกล่าว