วันที่ 6 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลพวงจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ได้สร้างผลกระทบอย่างหนักต่อการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ส่งผลให้ร้านค้าจำนวนมากทยอยปิดตัวลงต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน โดยเฉพาะบริเวณด้านหลังตลาดที่กลายสภาพเป็นพื้นที่ร้าง ไร้ผู้คน มีเพียงสุนัขและแมวของแรงงานกัมพูชาที่ถูกทิ้งไว้ กลายเป็นสัตว์จรจัดรวมกันนับร้อยตัว
ขณะที่ร้านค้าของคนไทยที่ยังเปิดขายของริมทาง ก็เผชิญบรรยากาศเงียบเหงา แทบไม่มีลูกค้า พ่อค้าแม่ค้าต่างยอมรับว่ายอดขายตกลงอย่างมาก บางวันไม่มียอดเลยแม้แต่บาทเดียว ต่างหวังให้ภาครัฐและทหารเร่งคลี่คลายปัญหาชายแดนโดยเร็ว เพราะความยืดเยื้อไม่เพียงทำให้ประชาชนอยู่ในสภาพหวาดระแวง แต่ยังก่อภาระหนี้สินและทำมาหากินไม่ได้
สำหรับสุนัขและแมวในย่านตลาดชายแดนช่องจอม คาดว่ามีราว 200-300 ตัว กระจายอยู่ทั้งในตลาด ห้องพัก และห้องเช่าของชาวกัมพูชา หลายตัวเฝ้ารอเจ้าของที่กลับประเทศไปเพราะสถานการณ์ตึงเครียด แม้จะมีคนไทยใจดีนำข้าวและหัวอาหารไปให้ แต่ก็ไม่ทั่วถึง เพราะขาดงบประมาณและกำลังคน

หนึ่งในนั้นคือ นายอรัญ แสงทอง อายุ 49 ปี พ่อค้ากาแฟสดหลังตลาดชายแดนช่องจอม ซึ่งต้องปิดร้านเพราะขาดนักท่องเที่ยว ปัจจุบันรับจ้างดูแลพื้นที่ตลาด แต่ยังคงแบ่งเงินเดือนส่วนหนึ่งมาซื้อโครงไก่และหัวอาหารให้สุนัข-แมว กว่า 100 ตัว ได้ประทังชีวิต โดยเฉพาะลูกสุนัขและสัตว์ที่กำลังตั้งท้องจำนวนมาก เผยว่า ช่วงแรกๆ มีผู้บริจาคช่วยเหลือบ้าง แต่หลังจากนั้นก็ซาไป ขณะที่รายได้ส่วนตัวยังไม่พอใช้ แต่ก็ทำใจไม่ลง หากต้องปล่อยสัตว์เหล่านี้อดอาหาร
ด้าน นายนพรัตน์ กิ่งแก้ว ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ ก็เป็นอีกคนที่ช่วยนำหัวอาหารไปเทตามจุดต่างๆ ในโซนห้องพัก เพื่อบรรเทาความอดอยากของสัตว์ที่ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานเพียงใดกว่าสถานการณ์ชายแดนและปัญหาสแกมเมอร์จะคลี่คลาย ซึ่งอาจทำให้ตลาดชายแดนต้องเงียบเหงาต่อไปอีกยาวนาน
ขณะเดียวกัน นายอรัญ ยังฝากถึงผู้มีจิตศรัทธาว่า หากต้องการช่วยเหลือ สามารถส่งหัวอาหารและข้าวสารมาบริจาคได้ที่ นายอรัญ แสงทอง ตลาดช่องจอม หมู่ 14 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ 32210 โทร. 08-5517-7996 หรืออีกช่องทางคือเพจเฟซบุ๊ก “หมา=แมว ชายแดนสงคราม”



