เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายยุทธนา ศรีตะบุตร สส.หนองคาย พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ว่า จากกรณีที่มีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ฐานปล่อยให้มีการเปิดบ่อนการพนันใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นั้น ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล ซึ่งประกอบด้วย พ.ต.อ.ภาสกร ทุนทรัพย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ช่วยราชการรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมการปกครอง น.ส.ขวัญเรือน ศรีจันทร์ ปลัดจังหวัดชลบุรี ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ และ พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เกิดเหตุ

นายยุทธนา กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมได้นำข้อร้องเรียนแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาที่ระบุว่า หลังจากมีการแจ้งความไปยังสถานีตำรวจภูธรแล้ว เจ้าหน้าที่มีการปฏิบัติการที่ล่าช้าผิดปกติ ซึ่งฝ่ายตำรวจและฝ่ายปกครองชี้แจงว่า เมื่อได้รับแจ้งความได้เดินทางไปตรวจสอบแล้ว แต่ระยะเวลาตั้งแต่รับแจ้งจนถึงการลงพื้นที่นั้นค่อนข้างห่าง ทำให้ผู้กระทำความผิดหลบหนีไปได้ พบเพียงอุปกรณ์การเล่นการพนันเท่านั้น นอกจากนี้ ฝ่ายปกครองระบุอีกว่า นอกจากการร้องเรียนผ่านระบบเว็บไซต์ของสถานีตำรวจภูธรแล้ว ประชาชนยังได้แจ้งเบาะแสมายังนายธนาธาร ประมูลพงษ์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ซึ่งนายธนาธารได้ประสานขอความร่วมมือไปยังนายอำเภอสัตหีบ นายอำเภอจึงส่งปลัดอาวุโสลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับนายธนาธาร ที่ร่วมสังเกตการณ์ตลอดเวลา โดยพบอุปกรณ์การเล่นพนัน แต่ไม่พบตัวผู้เล่น ซึ่งได้มีการประมวลภาพเป็นหลักฐาน

นายยุทธนา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กมธ.ป.ป.ช. ได้กำชับและสอบถามผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ซึ่งยืนยันว่าจะมีการสืบสวนสอบสวนต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ด้านรองผู้บังคับการ ได้ชี้แจงถึงนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่าการปฏิบัติงานต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ ขณะที่ตัวแทนกรมการปกครองได้อธิบายขั้นตอนว่า หากได้รับการแจ้งความจะส่งเรื่องให้พื้นที่ดำเนินการก่อน 1 ครั้ง หากพื้นที่ไม่ปฏิบัติการ ส่วนกลางจะเข้ามาจัดการตามวิธีพิจารณาทางปกครอง ขณะที่ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดได้อธิบายถึงการดำเนินการของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเช่นกัน จากนั้น กมธ. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานกลับไปรวบรวมข้อมูลและจัดทำเป็นเอกสารเพื่อตอบข้อซักถามในการพิจารณาครั้งต่อไป เนื่องจากตระหนักดีว่าปัญหาบ่อนพนันได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงต่อประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นหลักในเบื้องต้น

ด้านนายธนาธาร ประมูลพงษ์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการฯ แถลงว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด ตามที่มีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบคณะกรรมการดำเนินการและที่ปรึกษาที่ส่อไปทางทุจริต สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อสมาชิกและสหกรณ์ ประเด็นสำคัญรวมถึงการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อดีตคณะกรรมการชุดที่ 7-11 คณะกรรมการชุดที่ 13 ถึงปัจจุบัน นายทะเบียนสหกรณ์ และรองนายทะเบียน ซึ่งทำให้ทุนเรือนหุ้นติดลบ สมาชิกไม่ได้รับเงินปันผล และไม่ได้รับเงินค่าหุ้นคืนทันทีเมื่อลาออก

นายธนาธาร กล่าวอีกว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังข้อเท็จจริงจากตัวแทน 3 ภาคส่วน ได้แก่ ผู้แทนผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และนายทะเบียนสหกรณ์ และผู้แทนประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ชุดปัจจุบัน จากนั้น กมธ.มีมติให้ดำเนินการ ดังนี้ 1.ส่งหนังสือถึงอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้จัดส่งรายละเอียดการดำเนินงานและอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน และ 2. ส่งหนังสือถึงผู้ว่า รฟท. เพื่อขอผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข้อกล่าวหาผู้ว่า รฟท. และพวกรวม 10 ราย ว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ กำหนดให้มีการพิจารณากรณีเจ้าหน้าที่สัสดีอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ บุกยิงสัสดีจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งมีปมเหตุจากการทุจริต โดยจะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์มาให้ข้อมูล