เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้นำทีมผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่สำรวจทั้งต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำอย่างต่อเนื่อง ถอดบทเรียนภายหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเราไม่ได้มองแค่งานฟื้นฟูหลังน้ำลด แต่ต้องมองให้ครบทั้งโครงสร้างน้ำ และโครงสร้างทาง ลึกไปถึงผังเมืองระยะ 20–30 ปีข้างหน้า เมืองหาดใหญ่ต้องไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า ระบบระบายน้ำเดิมของเมืองไม่เพียงพอรองรับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป

โดยน้ำได้หลากเข้าสู่เขตเมืองพร้อมกันถึง 3 ทิศทาง ได้แก่ 1.ทิศตะวันออกจากเขาคอหงส์–เขาน้ำกระจาย2.ทิศตะวันตกจากอำเภอรัตภูมิ ผ่านคลอง ร.1 คลอง ร.3 คลอง ร.5 และคลองหวะ และ 3.ทิศใต้จากอำเภอสะเดา ผ่านคลองทุ่งหมอ–คลองทุ่งวัด ขณะที่ทางระบายน้ำออกเมืองมีเพียงเส้นทางเดียว คือการไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาทางทิศเหนือผ่านคลองอู่ตะเภา ทำให้ระดับน้ำในคลองหลักสูงกว่าตลิ่ง 2–3 เมตร สถานีสูบน้ำไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และเกิดน้ำท่วมรุนแรงในเขตเมืองชั้นในอย่างที่ปรากฏ

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางระยะสั้น กระทรวงคมนาคม จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ อาทิ ขยายความกว้าง และความลึกของคลองหลักรอบเมือง ได้แก่ คลอง ร.1, ร.3, ร.5, คลองเตย, คลองหวะ , ติดตั้งและปรับปรุงประตูน้ำ–สถานีสูบน้ำในจุดยุทธศาสตร์ และเปิดทางให้น้ำบางส่วนไหลออกทางคลอง ร.5 เพื่อเพิ่มทิศทางระบายน้ำลงทะเลสาบสงขลา ไม่ให้กระจุกอยู่ที่คลองอู่ตะเภาเพียงเส้นเดียว

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางระยะยาว จะใช้การก่อสร้างถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคม เป็นโครงสร้างหลักในการจัดการน้ำ ควบคู่ไปกับการจราจร ซึ่งโครงการถนนวงแหวน จะออกแบบให้ไม่กลายเป็นกำแพงกั้นน้ำ แต่ทำหน้าที่เป็น แนวระบายออกจากเมือง ผ่านการสร้างคลองระบายน้ำคู่ขนานตลอดแนววงแหวน มีความกว้างประมาณ 50 เมตร ลึก 4–5 เมตร พร้อมระบบประตูน้ำ และสถานีสูบน้ำเป็นช่วงๆ เพื่อผลักดันน้ำออกสู่ทะเลสาบสงขลาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ถนนวงแหวนเส้นใหม่ จะไม่ใช่แค่ช่วยแก้รถติด แต่จะช่วยแก้น้ำท่วมไปพร้อมกัน เมื่อน้ำมาจากสามทิศ ทางออกต้องมากกว่าหนึ่งทิศ และต้องวางไว้ตั้งแต่วันนี้ในแบบถาวร

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ได้เสนอให้โครงการดังกล่าวเป็นโครงการบูรณาการระดับชาติ ที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างน้อย 3–4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม (ถนนวงแหวนและท่าเรือ), กระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กรมชลประทาน), กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงให้สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้ามารับผิดชอบการจัดทำแผนแม่บทระบบน้ำของเมืองหาดใหญ่อย่างครบวงจร เหตุการณ์จากหาดใหญ่ครั้งนี้ จะไม่หยุดแค่การเยียวยา แต่จะกลายเป็นแบบแผนสำหรับทั้งประเทศว่าในการวางถนน วงแหวนคลอง และประตูน้ำ ต้องคิดเป็นระบบเดียวกัน ทางกระทรวงคมนาคมพร้อมเดินหน้าไปกับทุกหน่วยงาน เพื่อปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนอย่างยั่งยืน.