วันที่ 6 ธ.ค. 68 ที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อม พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 เดินทางร่วมประชุมกับ พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผกก.สภ.บางกรวย และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนหลายชุด เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา อายุ 35 ปี ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวช่องดัง หลังพบสารไซยาไนด์ในร่างกายเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา การประชุมใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าประชุมพร้อมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายในการสืบสวน ท่านผู้การฯ ได้อยู่ด้วย และผู้การสืบสวนภาค 1 ประชุมร่วมกันเพื่อสรุปประเด็นต่าง ๆ ว่ามีการตรวจพบสารไซยาไนด์ วันนี้ได้ประชุมทีมงานสอบสวน ทางเจ้าหน้าที่จะต้องสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ต้องสอบพยานทั้งหมด 5 ปาก ได้ให้ฝ่ายสอบสวนดำเนินการในวันที่ 7 ธ.ค. เที่ยง จะไปตรวจที่เกิดเหตุซ้ำเพื่อหาหลักฐานว่าคนในกลุ่มมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง เพราะมีกล้องวงจรปิดภายในบ้าน แต่ตอนนี้บ้านปิดอยู่ จะต้องปิดกั้นที่เกิดเหตุไว้ เรื่องการสืบสวนจะต้องแบ่งหน้าที่กันทำ ว่าสารตัวนี้ไปอยู่ในบ้านได้อย่างไร

“พรุ่งนี้จะสอบปากคำทั้งหมด 4 ท่าน และนักข่าว 1 ท่าน รวมเป็น 5 ท่าน จะได้ให้พยานหลักฐานชัดเจนมากขึ้นว่าสาเหตุการตายคืออะไร ดูจากภาพวงจรปิด ผู้ตายยังออกมาทิ้งขยะตอน 04.00 น. ตอนนี้จะต้องรอสอบพยานทั้งหมดในที่เกิดเหตุว่าสารเข้าไปในร่างกายและเสียชีวิตทันทีหรือไม่ เพราะมีพยานที่อยู่ในเหตุการณ์อ้างว่าเข้ารอบที่สอง อ้างว่าลืมของ และบอกว่ามีการนอนกรน และจะไปสอบปากคำทางการของแพทย์อีกครั้ง ผลออกประมาณ 7 วัน ตอนนี้คาดว่าน่าจะไม่มีเรื่องกระทบมาก เพราะบ้านมีวงจรปิด พยานหลักฐานน่าจะครบ คนภายในบ้านที่จะเรียกสอบอีกท่านเป็นนักข่าว เพราะพยานคนนี้รู้ว่าผู้ตายมีสารนี้อยู่ เป็นเพื่อนสนิทของผู้ตาย และจะให้เจ้าหน้าที่ พฐ. มาตรวจที่เกิดเหตุพรุ่งนี้ช่วงเที่ยง ตอนนี้เรื่องสอบปากคำ อยู่ในสำนวนยังพูดอะไรไม่ได้” พล.ต.ท.วัฒนา กล่าว

พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวว่า ส่วนคนที่นำหลักฐานออกไปจะต้องดูจากกล้องวงจรปิด คดีไม่น่ามีความซับซ้อน แต่จะดูว่าสารเข้าไปที่ร่างกายผู้ตายได้อย่างไร ส่วนเรื่องสารที่มีมาจากไหน จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเป็นคนหาข้อมูลว่าได้มาจากไหน พรุ่งนี้จะสอบปากคำทั้งหมดทุกปาก ส่วนเรื่องกู้ภัยจะต้องมีการสอบปากคำด้วยเช่นกัน ในการเข้าไปช่วยเหลือ CPR กำลังอยู่ในขบวนการสอบสวน ส่วนเรื่องพินัยกรรมจะต้องสอบสวนอีกครั้ง ตอนนี้ได้ตั้งทีมงานในโซเชียลเพิ่มว่าจะต้องเอาส่วนไหนมาสอบปากคำเพื่อหาหลักฐานต่อ ตอนนี้จะต้องดูว่าผู้ตายเอาสารเข้าไปเอง หรือมีคนให้ดื่ม ส่วนกล้องวงจรปิดตอนนี้ใครเป็นคนเอาไป ส่วนเรื่องความเป็นธรรมจะทำให้ถึงที่สุด จะเอาพยานหลักฐานและพยานที่อยู่ที่เกิดเหตุเข้ามาสอบปากคำทุกคน และที่สำคัญคือโทรศัพท์ของผู้ตายต้องนำมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบอีกครั้งเพื่อสืบหาความจริง