สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ว่าภายหลังบริษัทเน็ตฟลิกซ์ ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเตรียมซื้อกิจการสตูดิโอภาพยนตร์และโทรทัศน์ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี ในราคารวมประมาณ 82,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.63 ล้านล้านบาท )


ขณะเดียวกัน การซื้อกิจการครั้งนี้ จะเป็นการเปิดทางครั้งสำคัญ ให้เน็ตฟลิกซ์เข้าถึงภาพยนตร์จำนวนมหาศาล ทั้งภาพยนตร์คลาสสิกในอดีตและภาพยนตร์ยุคปัจจุบัน รวมถึงบริการสตรีมมิ่ง “เอชบีโอ แม็กซ์” ซึ่งวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี ซื้อกิจการในปีนี้


อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวยังคงต้องผ่านด่านสำคัญที่สุด นั่นคือการพิจารณาและอนุมัติโดยหน่วยงานตรวจสอบและกำกับดูแลตลาดของสหรัฐ ซึ่งสื่อท้องถิ่นหลายแห่งรายงานไปในทางเดียวกัน ว่ารัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับตาทุกความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ “ด้วยความสงสัยอย่างยิ่ง” ว่าจะเป็นการผูกขาดตลาดสตรีมมิ่ง


ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ บริษัทพาราเมาต์ สกายแดนซ์ พยายามยื่นข้อเสนอมาแล้วหลายครั้ง เพื่อขอซื้อกิจการของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี โดยข้อเสนอสุดท้ายของพาราเมาต์ สกายแดนซ์ คือ 30 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 956.25 บาท) ต่อ 1 หุ้น และจ่ายเงินสดทั้งหมด และนายเดวิด เอลลิสัน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของพาราเมาต์ สกายแดนซ์ เข้าพบหารือกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ เมื่อไม่นานมานี้


ด้านเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า พาราเมาต์ สกายแดนซ์ มีจดหมายเตือนทีมงานฝ่ายกฎหมายของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี ว่าการขายกิจการให้เน็ตฟลิกซ์ มีแนวโน้มสูงที่จะ “ไม่สามารถปิดดีลได้” เนื่องจากความท้าทายทางกฎหมายทั้งในสหรัฐ และต่างประเทศ


อนึ่ง เอลลิสันเป็นบุตรชายของนายแลร์รี เอลลิสัน มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทออราเคิล และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับกับทรัมป์ด้วย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES