จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ อ้างว่า อินฟลูเอนเซอร์โค้ชกีฬา ผู้ที่โปรโมตตัวเองเป็น “โค้ช” เป็น “ครู” ภาพลักษณ์เบื้องหน้ามีแต่คนยกย่อง ทำร้ายร่างกายเด็ก 2 คน กลางสปอร์ตคลับดังย่านสุขุมวิท เนื่องจากไม่พอใจ เด็กไปสะกิดโดนตีนกบ สำหรับฟินดำน้ำ ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Strong by Science ได้ออกมาโพสต์อ้างว่าเป็นโค้ชที่ปรากฏตามข่าว และได้ขอโทษ พร้อมชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า
“สวัสดีครับ ผมโค้ชโป้ Strong by Science ผมมาสารภาพความผิดที่ได้กระทำเอาไว้ ผมคือคนในข่าวที่ทำร้ายร่างกายเด็กจริง และผมยอมรับผิดทุกประการ ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ครับ ผมทำผิดพลาดไปอย่างมาก เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และดูน่ารังเกียจต่อสังคมเพราะเป็นการใช้ความรุนแรงครับ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ผมไม่ได้นิ่งนอนใจและไม่ได้หนีหายไปไหน ผมสำนึกผิดต่อสิ่งที่ทำ ผมจึงได้ทำตามขั้นตอนตามกฎหมายตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุขึ้น โดยการไปแสดงตัวและให้ปากคำตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่สถานีตำรวจทองหล่อในช่วงค่ำของวันนั้น เพื่อแสดงเจตนาไม่ได้หลบหนีความผิด และพร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดในใบบันทึกประจำวันอย่างตรงไปตรงมา ยอมรับผิดว่าเป็นผู้กระทำผิดจริงครับ แต่ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าผู้ปกครองยังขอไม่พบเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย”
ผมขออธิบายและชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา พร้อมแนบภาพคลิปหลักฐานซึ่งอยู่ในทาง Social Media และสื่อต่างๆ ที่หลายๆ ท่านอาจจะได้เห็นแล้ว
1. เหตุการณ์เริ่มต้น
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ประมาณ 16.30 น. ขณะผมฝึกซ้อมดำน้ำเสร็จ และกำลังนั่งพักคุยโทรศัพท์บริเวณใกล้สระน้ำ ผมวางอุปกรณ์ Fins (ฟิน = ตีนกบที่ใช้ดำน้ำ) ไว้ขอบสระบริเวณใกล้จุดที่ผมนั่งพักอยู่ ขณะนั้นผมเห็นเด็กชาย 2 คน เดินเล่นมาตามขอบสระ เด็กเสื้อสีส้มตัวเล็กกว่า และเด็กเสื้อสีดำตัวสูงกว่าเดินมาด้วยกัน
เด็กเสื้อส้มได้เดินเตะโฟมว่ายน้ำของสระที่วางอยู่ขอบสระ ในระหว่างทางที่เดินเข้ามาใกล้กับจุดที่ผมวางฟิน ตอนแรกผมไม่ได้เอะใจคิดว่าคงไม่เป็นอะไร จึงหันหน้าออกไปคุยโทรศัพท์ต่อปกติ
เมื่อเวลาผ่านไปสักครู่ หันมาอีกครั้ง ผมเห็นเด็กชายเสื้อสีส้มกำลังยืนใช้เท้าเหยียบฟินของผมทั้งสองข้าง และเด็กได้หยิบ Noodle foam (โฟมเส้นสำหรับฝึกลอยตัวในน้ำของสระ) ชูขึ้นมาแกว่งเล่น ผมจึงเดินเข้าไปบอกเด็กพร้อมชี้ให้ดูว่า
“เห้ย! เห็นไหมเนี่ย เราเหยียบของอยู่ครับ”
เด็กเสื้อส้มก็หันมามองหน้าผมเฉยๆ และยังคงยืนเหยียบฟินเหมือนเดิม ไม่กล่าวขอโทษ ผมจึงถอนหายใจ 1 ครั้ง และรู้สึกโมโหเล็กน้อยปนเหนื่อยหน่ายระอาใจกับความซนของเด็ก จึงพูดตำหนิว่า
“ทำไมถึงเหยียบของ เห็นไหมของเสียหาย”
พูดไปพร้อมกับต้องการตักเตือนเด็กโดยใช้ปลายนิ้วมือข้างซ้ายตีเบาๆ เล็งพอให้เฉียดเส้นผมท้ายทอยด้านขวาของเด็ก ยังมีสติคิดยั้งมือเพื่อให้แรงตีนั้นเบามากและโดนแบบเฉียดๆ เพราะไม่ได้มีเจตนาให้เกิดอันตราย เพียงแค่อยากอบรมสั่งสอน และตักเตือนเบาๆ ให้รู้ว่าทำผิด
ผมใช้ปลายนิ้วมือข้างซ้ายตีเฉียดท้ายทอยเด็กเสื้อสีส้ม จากนั้นใช้ปลายนิ้วมือเล็งตีเฉียดท้ายทอยเด็กเสื้อดำที่ยืนอยู่ด้านหลัง เด็กเสื้อดำย่อตัวหลบ มือผมจึงเฉียดเส้นผมด้านบนศีรษะไม่ได้โดนตรงๆ ผมกล่าวกับเด็กว่า
“นี่เราทำผิด ต้องรู้จักขอโทษสิครับ ไปได้แล้ว ครั้งหน้าระวังหน่อย”
เด็กเสื้อดำคนตัวสูงกล่าว “ขอโทษครับ” ส่วนเด็กเสื้อส้มยืนเกาหัวแล้วยิ้มให้ จากนั้นเด็กทั้งสองค่อยๆ เดินหันหลังไป ไม่ตื่นตระหนก ไม่ร้องไห้ หรือวิ่งหนี
แม่ไม่ทน! ‘โค้ช’ อินฟลูเอนเซอร์ดัง ตบเด็ก-ลากตัวกลางคลับหรู แค่เดินสะกิดตีนกบ…
2. การติดต่อผู้ปกครอง
ราว 5-10 นาทีต่อมา ผมตัดสินใจหาผู้ปกครองของเด็กเพื่อแจ้งเหตุ โดยไม่ได้มีเจตนาต่อว่า หรือเรียกร้องค่าเสียหาย เพียงต้องการให้ผู้ปกครองอบรมสั่งสอนบุตรหลาน
ผมจึงเดินตามเด็กทั้งสองไปที่หน้าประตูทางเข้า-ออกสระว่ายน้ำ และจูงแขนเด็กเข้าที่เคาน์เตอร์ด้านในอาคาร เพื่อสอบถามพนักงานว่าใครเป็นผู้ปกครอง โดยไม่ได้บีบหรือฉุดกระชาก
เด็กเสื้อดำพูดกับพนักงานว่า “ผมไปเหยียบอะไรไม่รู้ แต่ขอโทษเขาแล้ว” จากนั้นเจ้าหน้าที่สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีแดงคาดว่าเป็นครูสอนว่ายน้ำเข้ามาช่วยเจรจา เด็กเสื้อดำร้องไห้และบอกว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่ได้ทำ เค้าตบหัวผมครับ” ส่วนเด็กเสื้อส้มยืนมองเฉยๆ ผมปล่อยแขนเด็กทันที
3. พบผู้ปกครอง
เวลาราว 5 นาทีต่อมา ผู้ปกครองชายของเด็กเสื้อส้มถามว่า “เกิดอะไรขึ้นครับ” ผมชี้ว่า “ลูกคุณมาเหยียบฟินผมเป็นรอยครับ” ผู้ปกครองถามกลับ “แล้วคุณทำเด็กทำไม” ผมตอบว่า “ทำเพื่อสั่งสอนเล็กน้อยให้เด็กรู้ว่าผิด” ผู้ปกครองตอบว่า “งั้นผมแจ้งความคุณแล้วกัน” ผมตอบ “ครับ” และออกจากที่เกิดเหตุ
4. การแจ้งตำรวจ
ราว 19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีทองหล่อโทรแจ้งว่า มีผู้ปกครองมาแจ้งความ ผมติดต่อกลับว่า “สะดวกไปครับ” แต่ผู้ปกครองระบุไม่สะดวกเจรจา ตำรวจจึงขอให้ใจเย็นและจะติดต่อกลับ
5. ลงบันทึกประจำวัน
เวลา 20.30 น. ผมเดินทางไปสถานีตำรวจทองหล่อ อธิบายเหตุการณ์และลงบันทึกประจำวัน พร้อมแสดงเจตนาเยียวยาและขอโทษ
6. ข่าวใน Social Media
วันที่ 2 ธันวาคม 2568 มีเพจข่าวหลายแห่งเผยแพร่ข่าวและคลิป ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ผมจึงปิดช่องทาง Social Media ชั่วคราวรอชี้แจง
7. การเจรจาเพิ่มเติมวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ผมไปสถานีตำรวจทองหล่ออีกครั้ง เพื่อต้องการเจรจาไกล่เกลี่ยและแสดงความขอโทษ พร้อมเสนอเงินเยียวยา และค่าใช้จ่ายในการตรวจรักษาพยาบาลของเด็กทั้งสอง รวมทั้งโพสต์ข้อความขอโทษบนเฟซบุ๊ก
สรุป
ผมสำนึกผิด รับรู้ว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นบทเรียนราคาแพง หลังจากนี้จะใช้สติในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ยืนยันรับผิดชอบเต็มที่ ไม่หลบหนีความผิด และพร้อมเยียวยาผู้เสียหาย
“ไม่ว่าอย่างไร การแก้ไขปัญหาโดยใช้ความรุนแรงเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เราควรใช้สติและการพูดคุยกันอย่างสันติเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นครับ”
โค้ชโป้ Strong by Science 6 ธันวาคม 2568 เวลา 23.40 น.
ขอบคุณเพจ Strong by Science



