เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 8 ธ.ค. 68 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2569 จำนวน 250 ชุด ไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ณ ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พลเรือตรี วีระชัย หลีค้า รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่กองกำลังชายแดน ที่เสียสละ ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เป็นหน่วยรับผิดชอบการปฏิบัติภารกิจตามแผนงานป้องกันชายแดน รับผิดชอบพื้นที่ 2 จังหวัดชายแดนภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี และตราด ที่ปฏิบัติตามพันธกิจ 3 ประการ ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ได้แก่ การเฝ้าตรวจและป้องกันชายแดน การจัดระเบียบพื้นที่และแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน และการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

โอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันชายแดน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีความห่วงใย คอยติดตามและช่วยเหลือหน่วยทหารชายแดน ได้พระราชทานกำลังใจแก่เหล่าทหารชายแดน ชื่นชมในการทำงานที่ทุกท่านได้ดูแลอย่างเข้มแข็ง ทำตามหน้าที่ได้อย่างดีเสมอมา

อีกทั้ง มีพระราชกระแสรับสั่งที่เน้นหลักนักการทหาร ที่แม้จะพระราชทานไว้นับสิบปี แต่ยังนำมาใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย ทั้งในยามปกติและในยามเกิดความไม่สงบในพื้นที่ตามแนวชายแดน ด้วยการวางแผนและการบังคับบัญชาอย่างมีความรับผิดชอบและความใส่ใจต่อผู้ใต้บังคับบัญชา โดยทรงย้ำว่า ในการปฏิบัติหน้าที่นั้น ควรมีการวางแผนและฝึกซ้อมอย่างรอบคอบ การทำความเข้าใจในบทเรียนจากความสำเร็จและความล้มเหลวจะช่วยปรับปรุงแผนการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อลดการสูญเสียทั้งในทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนและทหาร อีกทั้งเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาคำนึงถึงความเป็นอยู่และสวัสดิการของผู้ใต้บังคับบัญชา รวมถึงการดูแลขวัญและกำลังใจในยามปกติและช่วงวิกฤติ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการปฏิบัติภารกิจ ทรงเน้นย้ำถึงการดูแลเยาวชนที่สูญเสียครอบครัวและให้ความสำคัญในการรักษาพยาบาลระยะยาวให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

สำหรับกระแสพระราชดำรัสในวันปีใหม่นี้ ได้พระราชทานในวันที่ 31 ของทุกๆ ปี ที่ให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และตั้งใจ เพื่อนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญมั่นคงและความสุขสวัสดีในอนาคต ด้วยความเชื่อมั่นในความดี ความถูกต้อง และความรับผิดชอบ.