เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์อพยพหลายแห่งในจังหวัดศรีสะเกษแน่นขนัด หลังสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชาปะทุเดือดอีกระลอก เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา จนจังหวัดต้องประกาศอพยพชาวบ้านตามแผนฉุกเฉิน

ล่าสุดวันนี้ (8 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบประชาชนหลั่งไหลเข้าศูนย์พักพิงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจังหวัดได้เปิดจุดรองรับหลายแห่ง พร้อมตั้งโรงครัวทำอาหารบริการผู้ที่หนีภัยสงครามตลอดทั้งคืน ผู้ประสบภัยหนึ่งในนั้นคือ น.ส.จุฑามาศ ประสงค์ อายุ 30 ปี สาวแม่ลูกอ่อนจากบ้านภูมิซรอล อ.กันทรลักษ์ ผู้สื่อข่าวพบอยู่ในสภาพกำลังอุ้มลูกวัยเพียง 2 เดือน นั่งพักอยู่ในศูนย์อพยพด้วยสีหน้าอ่อนล้า แต่ยังพยายามยิ้มสู้เพื่อไม่ให้ลูกน้อยรับรู้ความเครียด

น.ส.จุฑามาศ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทำงานอยู่ชลบุรี และกลับบ้านมาคลอดลูกหลังเกิดเหตุปะทะครั้งก่อน คราวนี้ยิงกันรอบสอง ผู้ใหญ่บ้านประกาศให้อพยพเร็วมาก ตนแทบไม่ทันเก็บของของลูกเลย มันเกิดเร็วจริง ๆ ไม่เคยคิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก ซึ่งการอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงค่อนข้างลำบาก ทั้งค่ารถ ค่าใช้จ่าย และความเป็นอยู่ที่ไม่สะดวก แต่สิ่งที่หนักใจที่สุดคือ ความปลอดภัยของลูกน้อย ลำพังตัวเองไม่เท่าไหร่ แต่ลูกยังเล็ก ห่วงมาก อยากให้สถานการณ์สงบเร็ว ๆ อยากกลับบ้าน สงสารชาวบ้านทุกคนที่ต้องลำบาก ตนขอให้ทหารทุกนายปลอดภัย สู้ให้ชนะ ชาวบ้านเป็นกำลังใจให้

ด้าน นางอัมรา อาจณรงค์ อายุ 55 ปี ผู้หนีภัยมาพร้อมลูก หลาน และญาติ เล่าว่า หลังได้ยินประกาศให้รีบอพยพ ก็เก็บของขึ้นรถออกมาทันทีตามแผนของอำเภอ แต่มีสามีและพ่อตา 2 คนที่ตัดสินใจอยู่ดูสถานการณ์ในหมู่บ้าน เมื่อเช้านี้สามีโทรฯ มาบอกว่ายิงกันหนักมากตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง คนที่ไม่อพยพถูกนำไปหลบในบังเกอร์ เจ้าหน้าที่ไม่ให้ใครออก–ใครเข้า ซึ่งตนอยากบอกสามีกับพ่อตาว่าให้ดูแลตัวเองดี ๆ ส่วนทหารทุกนายก็ขอให้ระวังตัวนะคะ พวกเราชาวบ้านเป็นกำลังใจให้ทุกคน

ส่วนสถานการณ์ชายแดนยังคงตึงเครียด ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่รบเพื่อรักษาชีวิต โดยต่างหวังเพียงให้เหตุการณ์สงบลงโดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้กลับบ้านและใช้ชีวิตอย่างปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้การปะทะยังไม่หยุดสิ้น เสียงปืนยังดังอยู่เป็นระยะ