เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 9 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีได้รับรายงานกัมพูชาใช้โดรนพลีชีพโจมตีเจ้าหน้าที่หรือไม่ ว่า ฝ่ายกองทัพรับทราบ และมีแผนเผชิญเหตุอยู่แล้ว ซึ่งเราต้องให้กำลังใจเขาเยอะๆ อย่าเพิ่งไปวิพากษ์วิจารณ์การทำงานใดๆ ของพี่น้องทหาร
เมื่อถามว่าในเรื่องข้อมูลข่าวสาร เวลารัฐบาลไทยแถลงเรื่องใด แต่ทางกัมพูชากลับบิดเบือนข้อมูล ตรงนี้จะต้องมีการอธิบายอย่างไรต่อนานาประเทศหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ได้เชิญเอกอัครราชทูตทั่วโลกมารับฟังคำอธิบาย ประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่มีความน่าเชื่อถือทั้งด้านการทูตและการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ข้อมูลทั้งหมดเราไม่มีปรุงแต่ง เป็นข้อมูลที่เกิดจากความจริง ไม่เช่นนั้นเราจะไปพูดกับโลกไม่ได้ เมื่อถามต่อว่ากัมพูชายังไม่ได้ติดต่อมาเจรจาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี
เมื่อถามย้ำว่าไม่มีติดต่อหรือเราไม่เจรจา นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยดำเนินการในสิ่งที่ควรทำ ตอนนี้เราดำเนินการในสิ่งที่เราต้องดำเนินการ ประเทศไทยเราได้แสดงความเป็นประเทศไทยให้กับผู้ที่คิดไม่ดีกับประเทศเราให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ฉะนั้นตอนนี้ให้กำลังใจผู้ที่กำลังปกป้องอธิปไตยของเราดีกว่า
เมื่อถามต่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์เหมือนในอดีตรัฐบาล ที่ทหารกำลังปกป้องอธิปไตยแล้วมีการสั่งให้ทหารหยุดใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี ตอนนี้หยุดไม่ได้แล้ว ให้คำมั่นสัญญากับกองทัพแล้วว่าให้กองทัพดำเนินการตามแผนการที่ได้คิดกันไว้อย่างเต็มที่ รัฐบาลให้การสนับสนุนทุกรูปแบบ เมื่อถามอีกว่าจนกว่ากองทัพจะสิ้นสภาพไปใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวทันทีว่า กองทัพเขา ไม่ใช่กองทัพเรา กองทัพเราไม่มีวันสิ้นสภาพ
เมื่อถามถึงกรณี สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ปล่อยภาพนายอนุทินร่วมเฟรมกับผู้ว่าราชการจังหวัดไพลินของกัมพูชา เพื่อดิสเครดิต พร้อมโจมตีนายอนุทินว่า นำชีวิตทหารและประชาชนมาเสี่ยงเพื่อสร้างกระแสคะแนนเสียงทางการเมืองให้ตัวเอง นายกฯ กล่าวว่า ไปกินก๋วยเตี๋ยว ไปกินกวยจั๊บ ไปกินข้าวต้มที่ไหนก็มีแต่คนเข้ามาทักและให้กำลังใจ คงไม่ต้องไปสร้างกระแสตามที่คนต่างชาติว่า เมื่อถามอีกว่าการที่ สมเด็จฮุน เซน ใช้วิธีการแบบนี้ถือเป็นวิถีเดิมๆ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้สนใจตรงนั้น ที่นี่ประเทศไทย ต้องกังวลและต้องดูแลพี่น้องคนไทยเท่านั้น คนอื่นตนไม่สน.



