เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าข้อกังวลจากกลุ่มนักอนุรักษ์นก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ต่อกรณีคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าชุดก่อน ที่มีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา ให้ปลดล็อก “นกปรอดหัวโขน” หรือนกกรงหัวจุก ที่นิยมจับมาเลี้ยงเพื่อประชันเสียงออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง

โดยนายอรรถพล กล่าวว่า ความเห็นของคณะทำงาน 3 ชุด คือ คณะทำงานสำรวจสถานภาพนกกรงหัวจุกในธรรมชาติ คณะทำงานคุ้มครองกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการล่านกในธรรมชาติ และคณะทำงานกำหนดมาตรการป้องกันนกในกรงเลี้ยงหลุดเข้าสู่ธรรมชาติ ตรงกับหลักการบอร์ดชุดเก่าเห็นชอบในหลักการไว้เมื่อ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่จะต้องนำผลการศึกษามาสรุปเหตุผลต่อ ครม. หนึ่งในมาตรการสำคัญคือนกกรงหัวจุกในกรงเลี้ยง จะถูกบังคับห้ามปล่อยเข้าสู่ธรรมชาติอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนทางพันธุกรรม โดยผู้เลี้ยงจะต้องทำสัญลักษณ์ให้ชัดเจนว่าเป็นนกเลี้ยง เช่น ใส่ห่วงขา และขึ้นทะเบียนกลุ่มผู้เลี้ยงภายใต้การทำงานร่วมกับภาครัฐ

ด้าน น.ส.สมหญิง ทัฬหิกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวถึงตัวเลขผลสำรวจนกกรงหัวจุกทั่วประเทศ พบว่ามีประชากร 44,000 ตัว เป็นการสำรวจแบบตีกริด 595 ซึ่งตัวเลขนี้เชื่อมั่นว่าเป็นประชากรอย่างน้อยที่สุดที่มีอยู่ และไม่สามารถเทียบว่ากับในอดีตว่านกกรงหัวจุกลดลงหรือเพิ่มมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่มีการสำรวจมานาน แต่ยอมรับในภาคใต้ ประชากรหายไป ข้อมูลพบเจอน้อยลง ตามการจัดสถานภาพประชากรสัตว์ป่าองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ถ้าน้อยกว่า 10,000 ตัว คือสถานภาพน่าเป็นห่วง แต่นกกรงหัวจุกที่พบ 40,000 ตัว จึงยังไม่อยู่ในข้อห่วงกังวล

ทั้งนี้มีรายงานว่ากรมอุทยานฯ นัดประชุมคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า นอกจากนี้ในการประชุมวันที่ 12 ธ.ค. นี้ กรมอุทยานฯ ยังเตรียมเสนอให้มีการตั้งคณะทำงานศึกษาความเป็นไปได้ในการพิจารณาปลดสัตว์ป่าอีก 3 ชนิดคือ ลิงแสม นกแอ่นกินรัง และงูเหลือม งูหลาม ต่อคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าชุดใหม่อีกด้วย