เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 69 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) กรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 400,000 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผลกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลาง ว่า คำร้องเราเขียนไว้ค่อนข้างชัดเจน พุ่งเป้าไปที่เงินก้อน 200,000 ล้านบาทหลัง ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่สิ่งที่ตนและพรรคประชาชน (ปชน.) มีความกังวลใจ คือการดำเนินการของรัฐบาล เลือกดำเนินการอย่างไม่ตรงไปตรงมา เพื่อหลีกหนีการตรวจสอบของสภา ขอใช้คำว่าอาจเข้าข่ายปรากฏการณ์ “หนีสภาพลัส”

หนีที่หนึ่ง คือความจงใจของรัฐบาลในการนำเงิน 2 ก้อน มัดรวมไว้ใน พ.ร.ก.ฉบับเดียว ซึ่งเป็นการบีบให้ฝ่ายค้านอาจจะมีท่าทีไม่เห็นด้วย ต้องแสดงความเห็นกับเงินทั้ง 2 ก้อนในคราวเดียวกัน ส่วนคำร้องต่อศาล รธน. เราได้แยกเงิน 2 ก้อนอย่างชัดเจน และมองว่าเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการรวมเงิน 2 ก้อนอยู่ใน พ.ร.ก.ฉบับเดียว ชัดเจนว่าเป็นการพยายามจะฉวยโอกาส จากความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อเอาเงินเยียวยาของประชาชน มาเป็นตัวประกัน และไปสอดไส้โครงการด้านพลังงาน หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภา เพราะใช้กลไก พ.ร.ก.

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หนีที่สอง ต้องให้ความเป็นธรรมเพราะยังไม่เกิดขึ้น แต่เรามีความกังวลใจ โดยในวันที่ 14 พ.ค. นี้ พรรค ปชน. จะยื่นญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก.เงินกู้นี้ แม้ว่าจะยื่นเรื่องไปที่ศาล รธน. แต่ พ.ร.ก.เงินกู้ก็บังคับใช้ได้แล้ว เมื่อการใช้เงินกำลังจะเกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ดี ที่สภาจะมี กมธ.วิสามัญมาตรวจสอบความโปร่งใส ในการใช้เงิน เหมือน พ.ร.ก.เงินกู้ช่วงโควิด-19 ที่มีการตั้งคณะ กมธ.วิสามัญแบบนี้ขึ้นมา เมื่อการใช้เงินเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่มีเหตุใด ที่สภาจะไม่ตั้งคณะ กมธ.วิสามัญ เพื่อตรวจสอบการใช้เงิน จึงหวังว่า สส.รัฐบาลจะให้ความร่วมมือ และไม่พยายามใช้เสียงข้างมากเพื่อปิดกั้นการตรวจสอบ

เมื่อถามว่านายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุว่ายินดีหากมีการยื่นญัตติ ฝ่ายค้านพร้อมยื่นพรุ่งนี้เลยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เอกสารญัตติพร้อมอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลพร้อม ก็สามารถยื่นด้วยวาจาได้ ถ้า สส.รัฐบาล วิปรัฐบาลยินดี ก็สามารถตั้งได้เลยในวันพฤหัสบดีนี้