เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาระบุหลังเข้าตรวจเยี่ยมประชาชนที่อพยพในศูนย์พักพิงชั่วคราวสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ ว่า จากการวิเคราะห์แล้วจำนวนผู้อพยพมีแนวโน้มที่จะมีเพิ่มขึ้น หลังจากมีการปะทะกันรุนแรงขึ้น ตอนนี้ในศูนย์แห่งนี้มีประมาณ 10,000 คน และคาดว่าน่าจะมาเพิ่มอีกประมาณ 2,000 คน ตอนนี้ได้เตรียมที่นอนและอุปกรณ์เครื่องใช้อื่นๆ เตรียมพร้อมแล้ว

นายไชยชนก กล่าวด้วยว่า จากการอพยพครั้งที่ผ่านมา เราเริ่มถอดบทเรียน ตอนนี้ได้เอาเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางมาดูระบบ มาศึกษา แกะข้อมูลว่าหน่วยงานไหนควรจะมารับผิดชอบอะไร แล้วยกให้เป็นโมเดลออกมา เพื่อให้เป็น “ไกด์ไลน์” สำหรับจังหวัดอื่นๆ สามารถนำไปใช้ได้ เรามีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชน เคยทำกิจกรรมระดับโลก ในการรองรับประชาชนเป็นจำนวนมากมาแล้ว พอมีเหตุการณ์ขึ้นมา เราสามารถรับมือได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ผู้อพยพมีคุณภาพชีวิตที่ดี

หลังจากนี้เอาระบบงานที่นี่มาแกะแล้วเอาไปใช้ในที่อื่นๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบไปด้วย ตั้งแต่การลงทะเบียน การเชื่อมข้อมูลต่างๆ การอพยพ การเยียวยา และความต้องการของแต่ละศูนย์รวมถึงของที่ได้รับจากการบริจาคมา ว่าศูนย์ไหนขาดอะไร ต้องการอะไรให้เชื่อมต่อกันแบบเรียลไทม์ สำหรับการพัฒนาระบบการอพยพ ตอนนี้ได้มีการลงทะเบียนในระบบออนไลน์แล้ว ซึ่งเป็นการลดบุคลากร ลดเวลา ทั้งหมดเป็นการแกะข้อมูลในเชิงลึกให้เป็นระบบมากขึ้น หลังจากนั้นจะเซดเป็นข้อมูลสามารถนำไปใช้จังหวัดไหนก็ได้ การอพยพอะไรก็ได้ที่เกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งจะทำให้รวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น.