วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความ พญ.ญาณิศา เกลื่อนวัน แพทย์อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ ศูนย์โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ( WMC ) กล่าวถึงความอันตรายของฝุ่น PM2.5 หากคัดกรองไวป้องกันได้

ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 กลับมาปกคลุมประเทศไทยอีกครั้ง จนมีรายงานค่าฝุ่นในระดับ “Unhealthy for Sensitive Groups” คือ ไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่มีการจราจรหนาแน่น การก่อสร้างต่างๆ และมลพิษ ฝุ่น ควัน ที่ทำให้ดัชนีคุณภาพอากาศ อยู่ในระดับเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ฝุ่น PM 2.5 (Particulate Matter 2.5)  คือ ? ฝุ่นอนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร ซึ่งมีส่วนประกอบของสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย และก่อมะเร็งในระยะยาว และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งปอด ในกลุ่มคนที่ไม่สูบบุหรี่

ฝุ่น PM 2.5 ต่ำกว่า 12  ไมโครกรัม/ลบ.ม. ถือว่า มีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย แต่หากระดับสูงเกินมาตรฐาน 25 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ในช่วงระยะเวลา 24 ชั่วโมง ถือว่าเป็นอันตราย

 PM 2.5 เสี่ยงโรคอะไรบ้าง

  • โรคระบบทางเดินหายใจ

ฝุ่น PM 2.5 เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดและกระตุ้นการเกิดโรคทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบ หอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง และความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ ผู้ใช้สารเสพติด และผู้ที่ต้องปฎิบัติงานกลางแจ้งเป็นประจำ

  • โรคภูมิแพ้โรคผิวหนังอักเสบ

ฝุ่น PM 2.5 สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้และทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบหรือระคายเคืองได้  ซึ่งเกิดได้ทั้งเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว

  • โรคตาอักเสบและระคายเคือง 

ฝุ่น PM 2.5 สามารถเกาะที่ดวงตาและเยื่อบุตา ทำให้เกิดอาการระคายเคือง คันตา แสบตา น้ำตาไหล หรือเยื่อบุตาอักเสบได้

  •  โรคหัวใจ หลอดเลือด และสมอง  

ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือด ทำให้หลอดเลือดเกิดการอักเสบและทำงานผิดปกติ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคหัวใจขาดเลือด และ โรคหลอดเลือดสมอง

  •  โรคมะเร็งปอด

การสัมผัสฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงของการเกิด มะเร็งปอด ประมาณ 1–1.4 เท่า เมื่อได้รับมลพิษอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่อาศัยในพื้นที่ที่มีมลพิษสูงเป็นประจำ

การป้องกันและปฏิบัติตัวในสถานการณ์  PM  2.5

  • เมื่อมีสถานการณ์ฝุ่นฯ ให้อยู่ภายในอาคาร จัดพื้นที่ให้ระบายอากาศได้ดี ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ หลีกเลี่ยงการออกนอกบริเวณอาคาร
  • เมื่อต้องออกเดินทางในพื้นที่กลางแจ้งให้สวมหน้ากากอนามัย ที่มีคุณสมบัติป้องกันฝุ่นที่มีมาตรฐาน (เช่น N95)  โดยเฉพาะในวันที่ค่าฝุ่นสูงและอากาศปิด  
  • ติดตามค่าคุณภาพอากาศ ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ เพื่อตรวจสอบและวางแผน
  • ในวันที่ค่าฝุ่นสูงควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย
  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายที่แข็งแรง
  • ปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ เช่น ระคายเคืองทางเดินหายใจ หายใจลำบาก หรือไอเรื้องรัง  หอบเหนื่อย ควรไปพบแพทย์ทันที

PM2.5 เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งปอดอย่างไร

  • ขนาดของฝุ่น เล็กกว่า 2.5 ไมครอน เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ เมื่อเราสูดหายใจเข้าไป PM 2.5 จะซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ การสะสมของฝุ่นทำให้เกิดการอักเสบในเนื้อเยื่อปอดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เซลล์ผิดปกติได้
  • ฝุ่นก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในปอด การสูดดม PM 2.5 เป็นเวลานานอาจทำให้เกิด และทำลาย DNA ในเซลล์ ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของยีน กระตุ้นให้เกิดมะเร็งปอดในที่สุด  
  • ฝุ่นประกอบด้วยสารก่อมะเร็ง ฝุ่นชนิดนี้มีสารเคมีอันตรายหลายชนิดเกาะอยู่ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในระยะยาว โดยจะเข้าไปขัดขวางกลไกตามธรรมชาติของร่างกายในการซ่อมแซมเซลล์

 การตรวจคัดกรอง – ประเมินความเสี่ยงมะเร็งปอดจาก PM 2.5  

กลุ่มเสี่ยง คือ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง (โรคปอด หัวใจ สมอง ไต) ผู้สัมผัสสารก่อมะเร็ง ควรหลีกเลี่ยงมลพิษฝุ่นควัน และหมั่นตรวจสุขภาพประจำปี  เพื่อตรวจคัดกรองและป้องกันมะเร็งปอดในเบื้องต้น

สำหรับกลุ่มเสี่ยงมะเร็งปอด แนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ( Low-dose CT scan ) คือ ผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือสูบบุหรี่ติดต่อกันนาน ก็ควรมาตรวจติดตาม เพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งปอดจาก PM 2.5 หากสังเกตอาการตนเองและมีความกังวลเรื่องสุขภาพปอด ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสม