สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ว่า นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวถึงความคืบหน้าของปฏิบัติการที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ “สคิปเปอร์” นอกชายฝั่งเวเนซุเอลา เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าจะมีการลากจูงเรือลำดังกล่าวไปยังท่าเรือแห่งหนึ่งในสหรัฐ และรัฐบาลวอชิงตันจะทำการยึดน้ำมันทั้งหมดบนเรือ


ขณะที่นางคริสตี โนเอม รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ ยื่นหนังสือต่อสภาคองเกรส ชี้แจงเกี่ยวกับปฏิบัติการดังกล่าว คือ “การตอบโต้ต่อระบอบการปกครองที่ดำเนินการอย่างซ่อนเร้น ในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่สหรัฐอย่างเป็นระบบ” และย้ำว่า เรือลำนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “เครือข่ายขนส่งน้ำมันผิดกฎหมาย” เนื่องจากเป็นการลักลอบลำเลียงน้ำมันจากประเทศที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ


ด้านกระทรวงการต่างประเทศของเวเนซุเอลาออกแถลงการณ์ “ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำซึ่งถือเป็นการโจรกรรมอย่างชัดเจน และถือเป็นโจรสลัดระหว่างประเทศ”


ส่วนสหประชาาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่แถลงการณ์ของนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการ แสดงความกังวลต่อความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ


ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มแรงกดดันต่อเวเนซุเอลาอย่างหนักเป็นเวลาหลายเดือน ด้วยการเสริมกำลังทางเรือครั้งใหญ่ในภูมิภาค ซึ่งมาพร้อมกับการโจมตีเรือที่ต้องสงสัยว่าลักลอบค้ายาเสพติดหลายสิบลำ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันเกือบ 90 รายแล้ว


ยิ่งไปกว่านั้น ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “โพลิติโค” ทรัมป์กล่าวว่า “วันเวลาของมาดูโรเหลือน้อยแล้ว” และปฏิเสธที่จะตัดความเป็นไปได้ของการให้กองทัพสหรัฐปฏิบัติการภาคพื้นดินในเวเนซุเอลา.

เครดิตภาพ : AFP